Skip to content
Home » Lifestyle » 4 บุคคลผู้เคยจมหนี้สินมหาศาลในสหราชอาณาจักร เผยเคล็ดลับ “ปลดหนี้” สร้างชีวิตใหม่สำเร็จ

4 บุคคลผู้เคยจมหนี้สินมหาศาลในสหราชอาณาจักร เผยเคล็ดลับ “ปลดหนี้” สร้างชีวิตใหม่สำเร็จ

ปลดหนี้

ปัญหาหนี้สินเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญ แต่บ่อยครั้งที่ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับส่วนตัว ซึ่งนำมาซึ่งความอับอายและความเครียด อย่างไรก็ตาม หนี้สินไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีหนทางในการ ปลดหนี้ ได้จริง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในสหราชอาณาจักร และเจาะลึก 4 เรื่องราวชีวิตจริงจากผู้ที่เคยติดกับดักหนี้สินมหาศาล พร้อมทั้งเผยกลยุทธ์และบทเรียนอันล้ำค่าที่ช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามวิกฤตการเงินและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้สำเร็จ

ทำความเข้าใจปัญหาหนี้สินในสังคมปัจจุบัน

ข้อมูลจากสหราชอาณาจักรชี้ให้เห็นว่าหนี้สินเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับผู้คนจำนวนมาก โดย 84% ของผู้ใหญ่มีหนี้สินหรือสินเชื่อรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในช่วงหนึ่งปีก่อนหน้าเดือนพฤษภาคม 2024 และหนี้บัตรเครดิตเฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 2,700 ปอนด์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบสองปี เนื่องจากวิกฤตค่าครองชีพทำให้หลายคนต้องพึ่งพาเครดิตเพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น

ปัจจัยที่ผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่ภาวะหนี้สินนั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน ปัญหาสุขภาพจิต ความเจ็บป่วย การหย่าร้าง หรือค่าใช้จ่ายไม่คาดฝัน เช่น รถเสียหรือหม้อต้มน้ำชำรุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรที่เปราะบาง เช่น ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์มีอัตราการเป็นหนี้สูงกว่าคนผิวขาว ผู้หญิงมีแนวโน้ม 68% ที่จะใช้บริการ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later) และผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทที่แตกต่าง (neurodivergent) มักจะมีแนวโน้มที่จะซื้อของโดยหุนหันพลันแล่น ขาดการติดตามค่าใช้จ่าย และผิดนัดชำระ

แม้ว่าโรงเรียนในสหราชอาณาจักรจะต้องมีการสอนการเงินส่วนบุคคลในหลักสูตรมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ช่องว่างด้านความรู้ทางการเงินยังคงมีอยู่ ทำให้ “Debt-fluencers” และผู้สร้างคอนเทนต์ด้านการเงินบนโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในการแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับเพื่อช่วยให้ผู้อื่นบริหารจัดการเงินได้ดีขึ้น

4 เรื่องราวชีวิตจริง: เส้นทางสู่การ “ปลดหนี้”

จากวิกฤตหนี้สินที่ดูเหมือนจะไร้ทางออก บุคคลเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยความมุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่ถูกต้อง การ ปลดหนี้ นั้นเป็นไปได้จริง

  • คลีร์ ซีล (Clare Seal): เธอและสามีมีหนี้สินรวมเกือบ 27,000 ปอนด์ในปี 2019 จากบัตรเครดิต 6 ใบและวงเงินเบิกเกินบัญชี โดยมีค่าใช้จ่ายหลักคือค่าเช่าบ้าน 995 ปอนด์ต่อเดือน และค่าดูแลบุตร 1,500 ปอนด์ต่อเดือน ทั้งคู่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 ปอนด์ต่อปี แรงกดดันจากการพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนภาพที่เห็นบนโซเชียลมีเดียทำให้หนี้สินพอกพูน จุดเปลี่ยนคือเมื่อธนาคารติดต่อมาเรื่องวงเงินเบิกเกินบัญชี คลีร์ตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริง ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอเจรจาลดดอกเบี้ย และปิดบัญชีบัตรเครดิตเพื่อมุ่งเน้นการชำระหนี้ เธอเปิดบัญชี Instagram แบบไม่ระบุตัวตนชื่อ “My Frugal Year” เพื่อบันทึกค่าใช้จ่ายและสร้างความรับผิดชอบส่วนบุคคล เธอตัดค่าสมัครบริการต่างๆ ลดการสั่งอาหารนอกบ้าน และหาผู้ให้บริการพลังงานที่ถูกลง รวมถึงจัดงบประมาณที่เข้มงวด การได้งานใหม่ที่เงินเดือนดีขึ้นและลูกคนโตเริ่มเข้าโรงเรียนทำให้เธอสามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ใน 2 ปี
  • ซาร่าห์ ดีน (Sarah Dean): หลังจากตกงานในช่วงโรคระบาดนาน 8 เดือน เธอต้องเป็นหนี้ประมาณ 10,000 ปอนด์จากบัตรเครดิตหลายใบเพื่อจ่ายค่ารักษาฟันฉุกเฉิน เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีรายได้น้อยและไม่เคยได้รับการศึกษาด้านการเงินเลย จนกระทั่งอัลกอริทึม TikTok เริ่มนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล ทำให้เธอได้เรียนรู้การทำงบประมาณ การออม และวิธีการ ปลดหนี้ ด้วยเทคนิค Snowball (จ่ายหนี้ก้อนเล็กสุดก่อน) และ Avalanche (จ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อน) ซาร่าห์รวมหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ย 30% เข้ากับสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อลดดอกเบี้ย และใช้ Google Sheets สร้าง “Debt Tracker” เพื่อติดตามการลดลงของหนี้ ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นเรื่องสนุก เธอเพิ่มรายได้ด้วยการเปลี่ยนงานหลายครั้งจนเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าใน 3.5 ปี และทำอาชีพเสริม เช่น ขายเสื้อผ้า ทำผ้าพันคอขาย ถ่ายภาพงานแต่งงาน และให้คำปรึกษาด้านโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันเธอเน้นการสร้างกองทุนฉุกเฉิน เดือนละ 500 ปอนด์ เพื่อเป้าหมาย 10,000 ปอนด์ใน 5 ปี
  • แอมบรีน่า รูธ เทย์เลอร์ (Ambrina Ruth Taylor): แอมบรีน่าไม่เคยเรียนรู้ทักษะการบริหารเงิน เธอเป็นหนี้ 21,000 ปอนด์ในปี 2018 จากการซื้อบ้านและค่าใช้จ่ายไม่คาดฝัน การซื้อของฟุ่มเฟือยเช่นผ้าม่านและค่าใช้จ่ายสำหรับลูกสองคนทำให้หนี้สินพอกพูนจนเธอไม่สามารถเติมน้ำมันรถได้ จุดเปลี่ยนคือเมื่อบัตรถูกปฏิเสธ เธอจึงตัดสินใจหาความช่วยเหลือทางออนไลน์และพบกลุ่ม Facebook ของ Dave Ramsey ซึ่งให้คำแนะนำทางการเงิน เธอตรวจสอบรายการเดินบัญชีทั้งหมด ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น สัญญามือถือที่ไม่ได้ใช้ การเป็นสมาชิกยิม และนิตยสาร เธอยังเจรจาสัญญาอินเทอร์เน็ตและประกันรถยนต์ใหม่ รวมถึงวางแผนการทำอาหาร ทำรายการซื้อของ เปลี่ยนมาใช้สินค้าแบรนด์ร้านค้า และหยุดสั่งอาหารนอกบ้าน แอมบรีน่าและสามีเปิดธุรกิจรับดูแลสุนัขและเธอหารายได้เสริมจากการทำแบบสำรวจออนไลน์ ทำให้พวกเขาสามารถจ่ายหนี้ได้ 2,000 ปอนด์ต่อเดือน และชำระหนี้ทั้งหมดได้ใน 8 เดือน ปัจจุบันเธอแบ่งเงินไปออมสำหรับกองทุนต่างๆ และสอนลูกๆ เรื่องการเงิน
  • ไมเคิล ครอมป์ตัน (Michael Crompton): อดีตนักเขียนบทภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ ต้องเผชิญกับวิกฤตเมื่อรายได้หดหายไปเมื่อสองปีก่อน ประกอบกับการหย่าร้างในปี 2023 ทำให้เขามีหนี้สินจำนวนมากถึง 20,000 ปอนด์ที่ยืมมาจากเพื่อนและครอบครัว หนี้วงเงินเบิกเกินบัญชีส่วนบุคคลแตะ 15,000 ปอนด์ และบัญชีธุรกิจติดลบถึง 22,000 ปอนด์ เขารู้สึกว่าตนเองล้มเหลว ไมเคิลติดต่อ Citizens Advice ซึ่งได้ให้คำปรึกษาทางการเงินและช่วยเจรจากับธนาคาร ทำให้เขาได้รับการผ่อนผันการชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นเวลา 3 เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เขาเริ่มทำงานในบริษัทบริหารอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ ลดค่าใช้จ่ายด้วยการเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น และเลือกซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาถูกลง การเผชิญหน้ากับหนี้สินครั้งนี้ทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้เงินในอนาคต

กลยุทธ์และบทเรียนสำคัญจากการ “ปลดหนี้”

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์และบทเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้ในการ ปลดหนี้ ได้จริง:

  • เผชิญหน้าความจริงและกล้าที่จะขอความช่วยเหลือ: การยอมรับว่ามีปัญหาและขอคำปรึกษาจากองค์กรช่วยเหลือหนี้สิน เช่น National Debtline หรือ Citizens Advice เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด หลายครั้งพวกเขาจะช่วยเจรจากับเจ้าหนี้ให้คุณได้
  • สร้างงบประมาณและติดตามค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด: การรู้ว่าเงินเข้าและออกไปที่ไหนเป็นหัวใจสำคัญ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและสามารถระบุจุดที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้
  • ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น: ยกเลิกการสมัครสมาชิกที่ไม่ใช้ ลดการซื้อของฟุ่มเฟือย ทำอาหารเองที่บ้าน แทนการสั่งอาหารนอกบ้าน หรือเปลี่ยนไปใช้สินค้าแบรนด์ร้านค้าที่ราคาถูกกว่า
  • เพิ่มรายได้: มองหาโอกาสในการเพิ่มรายได้ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงานเพื่อเงินเดือนที่ดีขึ้น การทำอาชีพเสริม หรือการใช้ทักษะที่มีอยู่สร้างรายได้พิเศษ
  • มีวินัยและทำเป็นเป้าหมาย: การทำให้การชำระหนี้เป็นเหมือนเกมที่ต้องพิชิต เช่น การสร้างตารางติดตามความคืบหน้า สามารถช่วยสร้างแรงจูงใจได้
  • สร้างเครือข่ายสนับสนุน: การพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือชุมชนออนไลน์ที่เข้าใจและให้กำลังใจสามารถลดความอับอายและสร้างแรงผลักดันได้
  • ให้ความรู้ทางการเงินแก่ตัวเองและคนรอบข้าง: การเรียนรู้เทคนิคการจัดการหนี้ เช่น Snowball หรือ Avalanche และส่งต่อความรู้นี้ไปยังลูกหลานเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

มุมมองจากบรรณาธิการ: บทเรียนที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

เรื่องราวของทั้งสี่คนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการติดหนี้และ ปลดหนี้ เท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับความจริง การยอมรับความเปราะบางของตนเอง และความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เรามองว่าความอับอายที่มาพร้อมกับหนี้สินเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการแก้ไขในระดับสังคม การพูดคุยเรื่องเงินอย่างเปิดเผย การให้ความรู้ทางการเงินตั้งแต่เด็ก และการมีระบบสนับสนุนที่ดี ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถจัดการกับสถานะทางการเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทสรุปที่ได้คือไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด การมีวินัย การวางแผน และการไม่ย่อท้อคือหนทางที่จะนำไปสู่เสรีภาพทางการเงินที่แท้จริง.

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →