Skip to content
Home » Lifestyle » Soomaaliya: เมื่ออาหารโซมาลีเป็นมากกว่าแค่การกิน สู่บันทึกประวัติศาสตร์และการพลัดถิ่น

Soomaaliya: เมื่ออาหารโซมาลีเป็นมากกว่าแค่การกิน สู่บันทึกประวัติศาสตร์และการพลัดถิ่น

อาหารโซมาลี

Ifrah F Ahmed นักเขียนและนักทำอาหาร ได้นำเสนอ “Soomaaliya: Food, Memory and Migration” หนังสือเล่มแรกของเธอที่พาผู้อ่านดำดิ่งสู่โลกของ อาหารโซมาลี ไม่ใช่เพียงแค่ตำราอาหาร แต่เป็นจดหมายรักที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการปรับตัวของชาวโซมาลีทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากความขัดแย้งและการพลัดถิ่น

Soomaaliya: บันทึกรสชาติแห่งความทรงจำ

สำหรับ Ifrah F Ahmed แล้ว อาหารเป็นมากกว่าแค่การประทังชีวิต มันคือความทรงจำ มรดก และบันทึกประวัติศาสตร์บนจานอาหารอย่างแท้จริง แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว ขณะที่เธอเรียนกฎหมายในนิวยอร์ก และตระหนักว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารโซมาลีในรูปแบบลายลักษณ์อักษรน้อยมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่สูตรอาหารถูกส่งต่อกันมาผ่านการบอกเล่า ความทรงจำ และการลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

หนังสือ “Soomaaliya” ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงรวบรวมสูตรอาหาร 75 รายการ ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์และเรื่องราวของผู้คน เพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ Ifrah ซึ่งเกิดในโมกาดิชูและย้ายไปซีแอตเทิลกับครอบครัวในปี 1996 หลังสงครามกลางเมืองปะทุ ได้ใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลอย่างลึกซึ้ง เธอสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ พูดคุยกับแม่ครัวในครอบครัว ค้นหาเอกสารดิจิทัล ดูวิดีโอเก่าๆ บน YouTube และฟังบันทึกเสียงบทสนทนาของหญิงชาวโซมาลีเกี่ยวกับสูตรอาหารต่างๆ เพื่อรวบรวมความรู้ที่กระจัดกระจายจากการพลัดถิ่นหลายทศวรรษ

มรดกอาหารโซมาลีที่หลากหลายและการปรับตัว

อาหารโซมาลี มีรากฐานที่ลึกซึ้งและได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรม โซมาเลียในอดีตเคยเป็นจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางสายไหม ทำให้มีเครื่องเทศหลากหลายจนได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งอบเชย” ประเพณีการเลี้ยงสัตว์และเร่ร่อนทำให้มีนมและเนื้ออูฐเป็นสิ่งสำคัญ ในขณะที่การล่าอาณานิคมของอิตาลีตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ถึงกลางศตวรรษที่ 20 ได้นำพาสต้าเข้ามาสู่ครัวของชาวโซมาลี

อย่างไรก็ตาม Ifrah ย้ำว่าถึงแม้อิทธิพลเหล่านี้จะมีอยู่จริง แต่ชาวโซมาลีก็ปรับเปลี่ยนมันให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น “bariis iskukaris” ซึ่งเป็นข้าวผัดเครื่องเทศแบบหม้อเดียวที่เสิร์ฟพร้อมเนื้อย่าง ผัก และกล้วย หรือพาสต้าของชาวโซมาลีก็ไม่ได้เหมือนพาสต้าอิตาเลียนเสียทีเดียว แต่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ “xawaash” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งประกอบด้วย:

  • ยี่หร่า (Cumin)
  • ผักชี (Coriander)
  • กระวาน (Cardamom)
  • อบเชย (Cinnamon)
  • กานพลู (Cloves)
  • ขมิ้น (Turmeric)

Ifrah ยังต้องการทลายแนวคิดเรื่อง อาหารโซมาลี แบบเดียว เธอเน้นย้ำถึงความหลากหลายของอาหารโซมาลีในแต่ละภูมิภาคและในชุมชนพลัดถิ่น เช่น “ซัมบูซา” (sambusa) ขนมยัดไส้คล้ายซาโมซ่าของอินเดีย ที่มีการปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบที่หาได้ อย่างซัมบูซาทูน่า หรือซัมบูซาปลาแซลมอนในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการย้ายถิ่นฐานส่งผลต่อประเพณีอาหารอย่างไร

เสียงจากชุมชน: ผู้ร่วมสร้างสรรค์และผู้ส่งต่อวัฒนธรรม

หนังสือเล่มนี้เป็นผลจากความพยายามร่วมกันของชุมชน Ifrah ได้รวบรวมเรื่องราวจากเกษตรกร ชาวประมง และบุคคลสำคัญอื่นๆ ที่หล่อหลอมวงการอาหารโซมาลี รวมถึง Barlin Ali ผู้เขียนหนังสือ “Somali Cuisine” (2007) ซึ่งเป็นตำราอาหารโซมาลีเล่มสำคัญก่อนหน้าเธอ นอกจากนี้ ยังมีเชฟ Jamal Hashi จากมินนิแอโพลิส, Hamda Issa-Salwe เจ้าของแบรนด์เครื่องเทศชา Ayeeyo’s Blends จากลอนดอน และ Liban Ibrahim เจ้าของร้านอาหาร Sabiib ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็น “ร้านอาหารแอฟริกาตะวันออกที่ดีที่สุด” ในลอนดอน การรวมเรื่องราวเหล่านี้ทำให้ “Soomaaliya” เป็นภาพที่กว้างไกลของวัฒนธรรมและผู้คน

จากจานอาหารสู่การบอกเล่าเรื่องราวความเข้มแข็ง

สำหรับ Ifrah F Ahmed หนังสือเล่มนี้มาในช่วงเวลาที่การย้ายถิ่นฐานและชาวโซมาลีในสหรัฐอเมริกากำลังถูกนำไปเป็นประเด็นทางการเมือง อาหารโซมาลีในชีวิตประจำวันจึงกลายเป็นเครื่องมือในการต่อต้านและแสดงออกอย่างคาดไม่ถึง เธอไม่ได้ตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้เป็นคำอธิบายสำหรับคนนอก แต่สร้างขึ้นเพื่อชาวโซมาลีเป็นหลัก เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีความเข้าใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งขึ้น

เรามองว่า “Soomaaliya: Food, Memory and Migration” จึงเป็นมากกว่าแค่การรวบรวมสูตรอาหาร แต่เป็นการบันทึกความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความพยายามในการรักษาอัตลักษณ์ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องเผชิญในฐานะผู้พลัดถิ่น หนังสือเล่มนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าวัฒนธรรมและการกินนั้นมีความหมายลึกซึ้ง และเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยยึดโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างเข้มแข็งไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →