สำหรับผู้ใช้งาน Apple Watch หลายคนอาจทราบดีว่าอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะเรือนนี้ทำอะไรได้มากมาย แต่หนึ่งในฟีเจอร์ที่สำคัญและบางครั้งอาจถูกมองข้ามไปคือความสามารถในการติดตามการนอน Apple Watch วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงวิธีการตั้งค่า การเข้าถึงข้อมูล และทำความเข้าใจผลลัพธ์จากการติดตามการนอนหลับของคุณ เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และ WatchOS
ฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับของ Apple Watch ได้รับการแนะนำพร้อมกับระบบปฏิบัติการ WatchOS เวอร์ชัน 7 ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 หากคุณต้องการใช้คุณสมบัตินี้ Apple Watch ของคุณจะต้องเป็นรุ่น Series 3 หรือใหม่กว่า และต้องจับคู่กับ iPhone 6S หรือใหม่กว่าที่ทำงานบน iOS 14 หรือใหม่กว่า พูดง่ายๆ คือ หาก Apple Watch ของคุณไม่ได้เก่าจนเกินไป คุณก็น่าจะสามารถใช้งานฟังก์ชันนี้ได้สบายๆ
ค้นหาและตั้งค่าฟังก์ชันติดตามการนอน Apple Watch ในแต่ละแอป
การเข้าถึงและตั้งค่าคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับบน Apple Watch และ iPhone นั้นอาจต้องเข้าไปดูหลายจุด เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลการติดตามการนอน Apple Watch ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
- บน Apple Watch: มองหาแอป Sleep ที่มีไอคอนรูปเตียงนอนสีฟ้าเขียว เมื่อเปิดแอปนี้ คุณสามารถเลื่อนลงไปเพื่อตรวจสอบหรือตั้งตารางการนอนของคุณได้ แม้จะไม่ได้เปิดแอปนี้บ่อยๆ Apple Watch ก็จะยังคงติดตามการนอนของคุณโดยอัตโนมัติ
- ในแอป Health บน iPhone: ฟังก์ชันการนอนหลับจะรวมอยู่ในแอป Health เปิดแอป Health จากนั้นแตะที่ ‘เลือกหา’ (Browse) แล้วเลือก ‘การนอนหลับ’ (Sleep) ที่นี่คุณสามารถดูข้อมูลการนอนหลับของคืนที่ผ่านมา และตั้งตารางการนอนสำหรับอนาคตได้ เลื่อนลงมาด้านล่างเพื่อ ‘แก้ไขตารางเวลาถัดไป’ หรือ ‘ตารางเวลาเต็มรูปแบบและตัวเลือก’ (Full Schedule & Options) เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่คุณวางแผนจะนอนหลับ
- ในแอป Watch บน iPhone: เพื่อให้แน่ใจว่า Apple Watch ของคุณจะติดตามการนอนหลับได้อย่างถูกต้อง คุณต้องกำหนดการตั้งค่าเฉพาะของ Watch ในแอป Watch บน iPhone คุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ จากแอป Health โดยแตะที่ ‘จัดการการนอนหลับในแอป Apple Watch’ (Manage Sleep in the Apple Watch App) จากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปิด ‘ติดตามการนอนหลับด้วย Apple Watch’ (Track Sleep with Apple Watch) และเปิด ‘เตือนการชาร์จ’ (Charging Reminders) เพื่อให้นาฬิกาเตือนคุณให้ชาร์จแบตเตอรี่ก่อนเข้านอน
- ในแอป Settings บน iPhone: คุณสามารถตั้งค่า ‘โหมดโฟกัสขณะนอนหลับ’ (Sleep Focus) ได้ในแอป Settings (หรือเข้าถึงผ่านแอป Health > การนอนหลับ > ตารางเวลาเต็มรูปแบบและตัวเลือก) โหมดนี้เป็นตัวเลือกเสริม แต่จะช่วยให้คุณเข้าถึงหน้าจอหลักและการตั้งค่าการแจ้งเตือนพิเศษที่จะเปิดใช้งานเมื่อถึงเวลานอน
สรุปขั้นตอนการตั้งค่าอย่างรวดเร็ว
หากคุณต้องการให้ Apple Watch เริ่มบันทึกการนอนหลับได้ทันที ให้ทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้:
- ตั้งตารางการนอนหลับของคุณในแอป Health (Health app > การนอนหลับ > ตารางเวลาเต็มรูปแบบและตัวเลือก)
- แตะ ‘จัดการการนอนหลับด้วย Apple Watch’ ที่ด้านล่างของหน้าจอ (ซึ่งจะนำคุณไปยังแอป Watch)
- เปิด ‘ติดตามการนอนหลับด้วย Apple Watch’
- สวม Apple Watch เข้านอน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปลดล็อกแล้ว และหากคุณใช้รหัสผ่าน ควรเปิด ‘การตรวจจับข้อมือ’ (Wrist Detection) ไว้
Apple Watch จะใช้ตารางการนอนหลับ (หรือ Sleep Focus) เพื่อตรวจจับช่วงเวลาที่คุณอาจกำลังนอนหลับ โดยอาศัยการเคลื่อนไหวและการใช้โทรศัพท์ของคุณ เพื่อประเมินว่าคุณกำลังนอนหลับอยู่หรือไม่ และอยู่ในระยะการนอนหลับใดบ้าง
ทำความเข้าใจข้อมูลการนอนหลับที่คุณได้รับ
หลังจากที่คุณสวม Apple Watch เข้านอน ข้อมูลการนอนหลับของคุณก็จะพร้อมให้ตรวจสอบ:
- บน Apple Watch: เลื่อนลงจากหน้าปัดนาฬิกาหลัก (โดยใช้ Digital Crown หรือปัดนิ้วขึ้น) คุณจะเห็นการ์ดใน Smart Stack แสดงข้อมูลการนอนหลับของคืนที่ผ่านมา แตะเพื่อเปิดแอป Sleep ซึ่งจะแสดงระยะการนอนหลับ เวลาที่หลับ ข้อมูลการนอนหลับย้อนหลัง 14 วัน และการตั้งค่าตารางการนอน
- ในแอป Health บน iPhone: คุณสามารถดูข้อมูลเดียวกันนี้ได้ทุกเมื่อในส่วน ‘การนอนหลับ’ ของแอป Health บน iPhone
ข้อมูลการนอนหลับจะแสดงระยะการนอนหลับต่างๆ ด้วยสีที่แตกต่างกัน ได้แก่:
- หลับลึก (Deep Sleep): สีม่วง (อยู่ด้านล่างสุด)
- หลับหลัก/หลับตื้น (Core/Light Sleep): สีน้ำเงิน (อยู่ตรงกลาง)
- REM Sleep: สีฟ้าอ่อน (อยู่สูงขึ้นมา)
- ตื่น (Awake): สีส้ม (อยู่ด้านบนสุด)
แม้ว่าอุปกรณ์สวมใส่จะให้ข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่การวัดระยะการนอนหลับอาจไม่แม่นยำ 100% เสมอไป ดังนั้นอย่าเพิ่งวิตกกังวลกับตัวเลขมากเกินไป นอกจากนี้ แอปยังจะแสดงอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งคืน แนวโน้มการนอนหลับของคุณ (เช่น “คุณนอนหลับโดยเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 22 นาที ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา”) และสรุปข้อมูลรายเดือนและรายปีที่แสดงให้เห็นว่าคุณนอนหลับได้ดีขึ้นหรือน้อยลงกว่าที่ผ่านมา
มุมมองจากบรรณาธิการ: การนอนหลับที่ดีเริ่มต้นที่ความเข้าใจ
ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่าฟังก์ชันติดตามการนอน Apple Watch ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบันทึกข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจพฤติกรรมการนอนของตัวเองได้ละเอียดขึ้น การได้เห็นระยะการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ และแนวโน้มต่างๆ ทำให้เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงสุขอนามัยในการนอน เช่น การกำหนดเวลานอนให้สม่ำเสมอ หรือสังเกตผลกระทบจากพฤติกรรมในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องไม่ยึดติดกับตัวเลขที่อุปกรณ์แสดงผลมากเกินไป แต่ให้ใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางเพื่อสร้างนิสัยการนอนที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่: 10 ทริคเด็ดปรับแต่ง Apple CarPlay ให้สมาร์ทและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- วิธีสังเกตหนังสือเสียง AI บนแอป Libby สำหรับผู้ฟังที่ต้องการเสียงเล่าเรื่องจากมนุษย์
- Google Pixel 10 ลดราคาครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ มอบข้อเสนอสมาร์ทโฟนคุ้มค่าในงบประมาณ
- ยูทูบ ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ “จำกัดเวลา YouTube Shorts” เหลือ 0 นาที สู้การเสพติดคอนเทนต์สั้น