ในยุคที่กระแสอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” และนึกถึงอะโวคาโด คะน้า หรือควินัวเป็นลำดับแรก ๆ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมี ซูเปอร์ฟู้ดที่ถูกมองข้าม อีกหลายชนิดที่อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน และบางชนิดอาจเคยเป็นส่วนหนึ่งในเมนูอาหารประจำวันของเรามาก่อน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 7 อาหารมหัศจรรย์ที่ซ่อนเร้น และค้นพบว่าทำไมเราควรนำพวกมันกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในมื้ออาหารเพื่อสุขภาพของเราอีกครั้ง
หลากหลายความอร่อยจากธรรมชาติ: ซูเปอร์ฟู้ดที่รอการค้นพบ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารต่างชี้ว่า แท้จริงแล้วไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่วิเศษที่สุด หากแต่เป็น “ซูเปอร์ไดเอท” หรือการรับประทานอาหารที่หลากหลายต่างหากที่สำคัญที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับวิถีการกินของบรรพบุรุษที่เคยบริโภคอาหารที่หลากหลายกว่าที่เราคิด ลองมาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เราอาจลืมไปแล้ว
- ถั่วลันเตาแห้ง (Dried Peas): ถั่วลันเตาแห้ง โดยเฉพาะพันธุ์คาร์ลิน (carlin) และมาร์โรแฟต (marrowfat) ซึ่งเป็นถั่วพื้นเมืองของอังกฤษที่อุดมไปด้วยใยอาหารสูง โปรตีนจากพืชที่ดี และยังใช้งานได้หลากหลาย ประวัติศาสตร์ของถั่วชนิดนี้ย้อนไปถึงยุคหินใหม่ แต่กลับถูกมองข้ามและเชื่อมโยงกับความยากจนในเวลาต่อมา แม้ว่าคนอังกฤษส่วนใหญ่ยังได้รับใยอาหารไม่ถึง 30 กรัมต่อวัน ซึ่งถั่วเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มปริมาณใยอาหารได้อย่างดีเยี่ยม คุณสามารถต้มถั่วคาร์ลินเป็นของว่าง หรือใช้ถั่วมาโรแฟตบดทาบนขนมปังคล้ายอะโวคาโดได้เลย
- ลูกพรุน (Prunes): มักถูกมองว่าเชย แต่ลูกพรุนกลับเคยเป็นที่นิยมในราชสำนักอังกฤษสมัยพระราชินีอลิซาเบธที่ 1 ลูกพรุนอุดมไปด้วยใยอาหารสูง สารประกอบพืชกลุ่มโพลีฟีนอลที่ช่วยปกป้องเซลล์ และยังมีซอร์บิทอลซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดพิเศษที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมน้ำในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายสะดวก นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดง โพแทสเซียม แมกนีเซียม และวิตามิน K อีกทั้งยังมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็ว และงานวิจัยใหม่ ๆ ยังชี้ว่าการบริโภคลูกพรุนเป็นประจำอาจช่วยรักษาความหนาแน่นของมวลกระดูกในหญิงวัยหมดประจำเดือนได้ คุณสามารถใส่ลูกพรุนในข้าวโอ๊ต หรือใช้ตกแต่งของหวานเพื่อเพิ่มใยอาหารได้
- แบล็คเคอร์แรนต์ (Blackcurrants): เมื่อเป็นหวัดเรามักนึกถึงส้ม แต่แบล็คเคอร์แรนต์กลับมีวิตามิน C สูงกว่ามาก จนถึงขนาดที่รัฐบาลอังกฤษเคยส่งเสริมให้ประชาชนเก็บมาทำน้ำผลไม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แบล็คเคอร์แรนต์ยังอุดมไปด้วยแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดีเยี่ยม แม้บลูเบอร์รีจะได้รับความสนใจมากกว่า แต่แบล็คเคอร์แรนต์กลับมีโพลีฟีนอลและคุณสมบัติด้านหลอดเลือดที่ดีกว่า ‘ซูเปอร์ฟรุต’ นำเข้าหลายชนิด การบริโภคผลไม้ทั้งผลจะให้ใยอาหาร ซึ่งต่างจากการดื่มน้ำผลไม้
- ควาร์ก (Quark): ชีสนุ่มไม่ผ่านการบ่มชนิดนี้มาจากเยอรมนี มีลักษณะคล้ายคอตเทจชีส แต่ควาร์กมีโปรตีนสูงกว่าและมีแคลอรี่ต่ำกว่าคอตเทจชีส เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีนและผู้สูงอายุที่ต้องป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ (sarcopenia) ควาร์กเป็นวัตถุดิบที่ใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอาหารคาวและหวาน ตั้งแต่ชีสเค้ก สมูทตี้ ไปจนถึงมูซากา
- ต้นอ่อน (Sprouts): ไม่ได้หมายถึงถั่วงอกทั่วไป แต่เป็นต้นอ่อนของพืชหลากหลายชนิด เช่น อัลฟัลฟา บรอกโคลี ซึ่งเป็นพืชในระยะเติบโตที่เข้มข้นที่สุด อัดแน่นไปด้วยสารชีวภาพ โดยเฉพาะต้นอ่อนบรอกโคลีที่อุดมไปด้วยกลูโคราฟานิน (glucoraphanin) ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นซัลโฟราเฟน (sulforaphane) สารประกอบที่มีกำมะถันสูง ซึ่งช่วยในการล้างพิษของร่างกายและลดการอักเสบ อย่างไรก็ตาม ต้นอ่อนมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลาและอีโคไล ดังนั้นจึงควรปรุงให้สุกทั่วถึง และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานดิบ
- ตับ (Liver): ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาหารหลักของชาวอังกฤษ ตับมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามิน B และเป็นแหล่งวิตามิน A จากสัตว์ที่ดีที่สุด นักโภชนาการหลายคนยกให้เป็น “มัลติวิตามินจากธรรมชาติ” ธาตุเหล็กในตับเป็นชนิดฮีม (heme iron) ที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กจากพืช ซึ่งสำคัญมากในการแก้ปัญหาภาวะขาดธาตุเหล็กที่ยังคงเป็นปัญหาทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตับมีวิตามิน A สูง ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะวิตามิน A เป็นพิษ (NHS แนะนำให้หลีกเลี่ยงตับโดยสิ้นเชิงในระหว่างตั้งครรภ์) และยังมีพิวรีนสูง ซึ่งอาจกระตุ้นหรือทำให้อาการเกาต์แย่ลงได้
- เอ็มเมอร์ (Emmer): เป็นบรรพบุรุษของข้าวสาลีดูรัม และเป็นหนึ่งในธัญพืชดั้งเดิมที่มีรากฐานในภูมิภาค Fertile Crescent สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศที่ยากลำบาก เอ็มเมอร์มีคุณค่าทางโภชนาการที่ยอดเยี่ยม อุดมไปด้วยใยอาหาร สารอาหาร และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากเปลือกหุ้มเมล็ดซึ่งเป็นส่วนที่มีสารอาหารมากที่สุดยังคงอยู่ครบถ้วน เอ็มเมอร์มีรสชาติคล้ายถั่ว สามารถนำมาใช้แทนข้าว บัลเกอร์วีท หรือคูสคัสได้ และยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหารของเราอีกด้วย
มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมถึงควรให้ความสำคัญกับซูเปอร์ฟู้ดเหล่านี้?
ในฐานะผู้บริโภคยุคใหม่ เรามักถูกดึงดูดด้วยการตลาดของ ‘ซูเปอร์ฟู้ด’ ยอดนิยม แต่การกลับไปมองหา ซูเปอร์ฟู้ดที่ถูกมองข้าม เหล่านี้ ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์และเติมเต็มสารอาหารที่ขาดหายไปได้อย่างน่าสนใจ ผมมองว่าความหลากหลายของอาหารคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี การนำอาหารเก่าแก่เหล่านี้กลับมาไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้ร่างกาย แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาและวิถีชีวิตดั้งเดิมอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการดูแลสุขภาพ หรืออยากลองเปลี่ยนเมนูอาหารให้ไม่จำเจ ผมเชื่อว่าอาหารทั้ง 7 ชนิดนี้จะตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน เพียงแค่เลือกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและปรุงอย่างถูกวิธี ก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากพลังของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในอาหารเหล่านี้แล้วครับ
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สไตล์ Carolyn Bessette กลับมาฮิต! ซีรีส์ Love Story จุดกระแสแฟชั่นมินิมอลยุค 90s อีกครั้ง
- สัมผัสความอบอุ่น: น้ำใจคนแปลกหน้าบนเที่ยวบินยาวนานในยามโศกเศร้า
- ร้านต้นไม้ออนไลน์: เปิดโลกแห่งพืชพรรณ สั่งซื้อสะดวก ส่งตรงถึงบ้าน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- เปิดลิสต์ 12 เมืองรองน่าอยู่ อังกฤษ: ทางเลือกใหม่สำหรับคนอยากเข้าเมืองใหญ่