Skip to content
Home » Lifestyle » เคล็ดลับลดค่าเดินทางประจำวัน เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นเงินออมสำหรับคนทำงาน

เคล็ดลับลดค่าเดินทางประจำวัน เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นเงินออมสำหรับคนทำงาน

ลดค่าเดินทาง

ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งที่สิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าของเราโดยไม่รู้ตัว แต่ข่าวดีก็คือ มีหลากหลายวิธีที่คุณสามารถ ลดค่าเดินทาง และเปลี่ยนเงินที่เคยหมดไปกับการเดินทางให้กลายมาเป็นเงินออมได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้รวบรวมเคล็ดลับและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เพื่อให้คุณเดินทางได้อย่างชาญฉลาดและประหยัดยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

ประหยัดค่ารถไฟ: ทางเลือกสำคัญสำหรับการ ลดค่าเดินทาง ของผู้โดยสารประจำ

สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟในการเดินทางไปทำงานเป็นประจำ การวางแผนเรื่องตั๋วโดยสารล่วงหน้าและเลือกประเภทตั๋วที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดเงินได้มหาศาล:

  • ตั๋วฤดูกาล (Season Ticket): หากคุณเดินทางบ่อยครั้ง ตั๋วรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี คือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการซื้อตั๋วรายวันอย่างเห็นได้ชัด ลองพิจารณาเส้นทาง Southampton ไป London หากซื้อตั๋วไปกลับแบบ Anytime Day Return ราคาอาจสูงถึง 111 ปอนด์ต่อวัน หรือประมาณ 26,085 ปอนด์ต่อปี (คำนวณจากการเดินทาง 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 47 สัปดาห์) แต่หากซื้อตั๋วรายเดือนจะเหลือเพียง 592.20 ปอนด์ (ประมาณ 7,106 ปอนด์ต่อปี) และตั๋วรายปีเพียง 6,168 ปอนด์เท่านั้น นอกจากนี้ หากต้องจอดรถที่สถานี ลองตรวจสอบว่ามีตั๋วฤดูกาลสำหรับค่าจอดรถด้วยหรือไม่ หรือหาที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียงที่ราคาถูกกว่า
  • การแบ่งจ่ายค่าตั๋วฤดูกาล: ตั๋วรายปีแม้จะคุ้มค่าที่สุด แต่ก็มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าสูง หลายบริษัทมีบริการให้พนักงานกู้เงินปลอดดอกเบี้ยเพื่อซื้อตั๋วฤดูกาล โดยหักจากเงินเดือนเป็นรายเดือน หากนายจ้างไม่มีบริการนี้ การใช้บัตรเครดิตที่ให้ดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อตั๋วล่วงหน้าก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ทำให้คุณสามารถผ่อนจ่ายค่าตั๋วได้ตลอดปี
  • ตั๋ว Flexi-Season: เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทาง 2-3 วันต่อสัปดาห์ ตั๋วประเภทนี้จะให้สิทธิ์ในการเดินทาง 8 วัน ภายในระยะเวลา 28 วันในเส้นทางที่กำหนด ซึ่งคุ้มค่ากว่าตั๋วรายวัน แต่ราคาสูงกว่าตั๋วรายสัปดาห์หรือรายเดือนเล็กน้อย หากคุณเดินทาง 4-5 วันต่อสัปดาห์
  • ปรับเปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน: ตั๋วรถไฟมักมีราคาสูงสุดในช่วงเวลาเร่งด่วน (7.30-8.30 น. และ 17.00-18.00 น.) หากคุณสามารถปรับเปลี่ยนเวลาเดินทางได้ เช่น จาก Brighton ไป London ปกติตั๋วไปกลับแบบ Anytime อาจราคา 55 ปอนด์ แต่หากเดินทางนอกช่วงพีค (Off-peak) อย่างเช่นรถไฟรอบ 8.39 น. คุณอาจจ่ายเพียง 23.80 ปอนด์ ประหยัดได้ถึง 31.20 ปอนด์ต่อวันเลยทีเดียว ปัจจุบันรถไฟหลายขบวนมี Wi-Fi ฟรี ทำให้คุณสามารถทำงานบนรถไฟได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเชื่อมต่อ
  • จองตั๋วล่วงหน้า: สำหรับการเดินทางที่ไม่ประจำ การจองตั๋วแบบ Advance Fares ล่วงหน้าให้เร็วที่สุดมักจะราคาถูกกว่าการซื้อหน้างานอย่างมาก นอกจากนี้ ลองใช้แพลตฟอร์มอย่าง Trainline เพื่อตรวจสอบว่าการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย หรือการแบ่งซื้อตั๋ว (splitting tickets) จะช่วยประหยัดได้หรือไม่
  • บัตร Railcard: บัตรนี้มีราคา 35 ปอนด์ต่อปี (ยกเว้นบัตรสำหรับผู้พิการ 20 ปอนด์) และสามารถลดค่าโดยสารส่วนใหญ่ได้ถึงหนึ่งในสาม มีหลายประเภทสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ เช่น 26-30 ปี หรือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมี Network Railcard สำหรับผู้เดินทางในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษซึ่งมีค่าใช้จ่าย 35 ปอนด์ต่อปีเช่นกัน
  • เรียกร้องค่าชดเชยความล่าช้า (Delay Repay): หากรถไฟล่าช้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้ให้บริการรถไฟส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรมีโครงการชดเชยที่เรียกว่า Delay Repay ซึ่งคุณสามารถเรียกร้องเงินคืนได้หากรถไฟล่าช้าอย่างน้อย 15 นาที (บางแห่งอาจกำหนดเวลาที่นานกว่านั้น) ค่าชดเชยจะถูกจ่ายตามสัดส่วนของความล่าช้า โดยหลายบริษัทอาจคืนให้ 100% ของค่าเดินทางหากล่าช้าเกินหนึ่งชั่วโมง ผู้ถือตั๋วฤดูกาลก็สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้ตามสัดส่วนของค่าตั๋วทั้งหมด การเรียกร้องสามารถทำได้ทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการรถไฟภายใน 28 วันหลังการเดินทาง

ขับรถให้คุ้ม: ลดค่าน้ำมันและค่าดูแล

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ การ ลดค่าเดินทาง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติมน้ำมัน:

  • เปรียบเทียบราคาเชื้อเพลิง: ราคาน้ำมันในปั๊มต่างๆ อาจแตกต่างกันอย่างมากในพื้นที่ใกล้เคียงกัน การเสียเวลาสำรวจราคาเพียงเล็กน้อยจะช่วยประหยัดเงินได้ในระยะยาว เช่น หากคุณประหยัดได้ 5 เพนนีต่อลิตร สำหรับรถขนาด 60 ลิตร จะประหยัดได้ 3 ปอนด์ต่อการเติมหนึ่งครั้ง ใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่าง Go.Compare หรือ PetrolPrices เพื่อค้นหาราคาเชื้อเพลิงที่ถูกที่สุดในพื้นที่ของคุณ
  • ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ: วางแผนรวมกิจธุระหลายอย่างให้เป็นทริปเดียว หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ต้องหยุด-ออกตัวบ่อยๆ ซึ่งจะเปลืองน้ำมัน รักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสม และพิจารณาใช้รถร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนที่เดินทางไปเส้นทางเดียวกัน
  • แจ้งบริษัทประกัน: อย่าลืมแจ้งบริษัทประกันรถยนต์ของคุณว่าคุณใช้รถเพื่อการเดินทางไปทำงาน เพื่อให้กรมธรรม์ของคุณยังคงมีผลบังคับใช้

ลดค่าใช้จ่ายจุกจิกระหว่างวัน: เก็บเล็กผสมน้อย

ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันมักถูกมองข้าม แต่รวมกันแล้วอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ และส่งผลต่อเป้าหมายการ ลดค่าเดินทาง ของคุณได้:

  • เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเอง: การเตรียมอาหารกลางวันไปจากบ้าน และพกกระบอกน้ำหรือแก้วเก็บความร้อนส่วนตัว จะช่วยหลีกเลี่ยงการเสียเงินไปกับกาแฟ ขนม หรือน้ำดื่มบรรจุขวดราคาแพง เช่น การซื้อกาแฟราคา 3.50 ปอนด์ สามครั้งต่อสัปดาห์ จะมีค่าใช้จ่าย 10.50 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่หากคุณลงทุนซื้อแก้วเก็บความร้อนราคา 9.99 ปอนด์ คุณจะคุ้มทุนภายในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงแหล่งของแพง: หากจำเป็นต้องซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มระหว่างทาง ลองหลีกเลี่ยงร้านค้าในสถานีรถไฟ ปั๊มน้ำมัน หรือศูนย์กลางการเดินทางที่พลุกพล่าน เพราะมักมีราคาสูงกว่าร้านค้าหรือคาเฟ่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างเห็นได้ชัด
  • สะสมแต้มและรับเงินคืน: ตรวจสอบว่าปั๊มน้ำมัน บริษัทรถไฟ หรือบริษัทรถโดยสารที่คุณใช้บริการมีโปรแกรมสะสมคะแนนหรือรางวัลสำหรับลูกค้าหรือไม่ นอกจากนี้ ธนาคารและแอปพลิเคชัน cashback บางแห่งก็ให้รางวัลสำหรับการใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันด้วย ซึ่งเมื่อรวมกันตลอดทั้งปีแล้ว อาจช่วยชดเชยค่าเดินทางได้บางส่วน

เปลี่ยนเวลาเดินทางให้เป็นโอกาสทำเงิน

เวลาที่ใช้ในการเดินทาง ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่สูญเปล่า คุณสามารถเปลี่ยนให้เป็นช่วงเวลาที่เกิดประโยชน์สูงสุดได้:

  • ทำแบบสำรวจออนไลน์: ใช้เวลาบนรถไฟหรือรถโดยสารเพื่อทำแบบสำรวจที่ได้รับค่าตอบแทน เช่น Ipsos iSay, Swagbucks และ YouGov ซึ่งเป็นเว็บไซต์แบบสำรวจที่ให้ค่าตอบแทนดีที่สุดบางแห่ง
  • เรียนรู้ทักษะใหม่หรือภาษาต่างประเทศ: เพิ่มพูนความรู้และทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคต เช่น การเรียนภาษาใหม่ หรือฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
  • จัดการงานส่วนตัว: เคลียร์อีเมล วางแผนมื้ออาหาร ช้อปปิ้งของชำออนไลน์ หรือจัดการงานอื่นๆ ที่ค้างคาบนโทรศัพท์หรือแล็ปท็อปของคุณ อย่าลืมเชื่อมต่อ Wi-Fi บนรถโดยสารเพื่อใช้งานอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตมือถือเกินแพ็กเกจ

มุมมองจากบรรณาธิการ: เดินทางฉลาด ประหยัดสบายกระเป๋า

ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางเล็กๆ น้อยๆ สามารถสร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงต่อสถานะทางการเงินส่วนบุคคลได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือขับรถส่วนตัว เคล็ดลับเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การวางแผนล่วงหน้า การเปรียบเทียบราคา และการใช้เวลาเดินทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงแต่ช่วย ลดค่าเดินทาง แต่ยังส่งเสริมให้เรามีวินัยทางการเงินที่ดีขึ้นด้วย ลองนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดู คุณอาจแปลกใจกับจำนวนเงินที่สามารถประหยัดได้ในแต่ละเดือน เพื่อนำไปใช้ในสิ่งที่สำคัญกว่า หรือเก็บออมเพื่อเป้าหมายในอนาคตได้เลยทีเดียว

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →