Skip to content
Home » Lifestyle » บุหรี่เสพติดได้อย่างไร? ไขกลไกสมองพร้อมวิธีเลิกบุหรี่ที่คุณควรรู้

บุหรี่เสพติดได้อย่างไร? ไขกลไกสมองพร้อมวิธีเลิกบุหรี่ที่คุณควรรู้

เลิกบุหรี่

ในฐานะบรรณาธิการ ผมคงไม่ต้องย้ำว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้คือ ‘ทำไมมันถึงเลิกยากเหลือเกิน?’ การเสพติดบุหรี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเคยชิน แต่เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่ซับซ้อนในสมอง ซึ่งทำให้ผู้ที่พยายาม เลิกบุหรี่ ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมหาศาล สถิติชี้ชัดว่าเกือบสองในสามของผู้ที่ลองสูบบุหรี่เพียงครั้งเดียวกลายเป็นผู้สูบประจำ และมีเพียงไม่ถึง 20% ของผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่ในสหราชอาณาจักรที่ทำสำเร็จ บทความนี้จะเจาะลึกกลไกการเสพติดและแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้คุณเอาชนะมันได้

กลไกที่ทำให้บุหรี่เสพติดอย่างรุนแรง

ศาสตราจารย์ไลออน ชาฮับ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสุขภาพจาก University College London อธิบายว่าเมื่อคุณสูบบุหรี่ สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือคุณจะสูดดมสารนิโคติน สารระคายเคือง และสารก่อมะเร็งเข้าสู่ปอด ซึ่งจะไป “ทำให้เกิดอาการงัน” (stunning) ต่อขนเซลล์ (cilia) เล็กๆ ที่เรียงรายอยู่ในทางเดินหายใจ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

หลังจากนั้นไม่นาน นิโคตินจะถูกดูดซึมผ่านปอดเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ก่อนจะส่งตรงไปยังสมองภายในเวลาเพียง 10-20 วินาที เมื่อนิโคตินไปถึงสมอง มันจะกระตุ้นระบบรางวัลของสมองให้หลั่งสารโดปามีนและเซโรโทนินออกมา ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึก “พึงพอใจ” อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นิโคตินยังปลุกต่อมหมวกไตให้หลั่งอะดรีนาลีนและนอร์เอพิเนฟริน ทำให้เกิดอาการกระปรี้กระเปร่าชั่วขณะ ระดับนิโคตินในเลือดจะสูงสุดใน 20 นาทีแรก ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากนิโคตินมีครึ่งชีวิตประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้ผู้สูบรู้สึกอยากบุหรี่อีกครั้งในเวลาอันสั้นเพื่อรักษาระดับโดปามีนที่สมองต้องการ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ตัวรับโดปามีนในสมองจะเริ่มเสื่อมความไวลง ทำให้ต้องสูบบุหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ความรู้สึกพึงพอใจเท่าเดิม

ผลกระทบที่ร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจ

การสูบบุหรี่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายมิติ นอกเหนือจากความเสียหายของปอดแล้ว ยังมีผลกระทบอื่นๆ อีกมากมาย:

  • สุขภาพการเจริญพันธุ์แย่ลง: ส่งผลเสียต่อทั้งชายและหญิง
  • สุขภาพช่องปากแย่ลง: เพิ่มความเสี่ยงของโรคเหงือกและฟันผุ
  • เพิ่มความเสี่ยงของโรคต่างๆ: เช่น โรคหลอดเลือดสมอง, หัวใจวาย, เบาหวานชนิดที่ 2, ปอดอักเสบ
  • สุขภาพกระดูกและระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง: ร่างกายอ่อนแอลงและฟื้นตัวยากขึ้น
  • เร่งกระบวนการแก่ชราและภาวะสมองเสื่อม: เซลล์ต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • ปัญหาหลอดเลือดและหัวใจ: เม็ดเลือดแดงจับกับคาร์บอนมอนอกไซด์ในควันบุหรี่มากกว่าออกซิเจน ทำให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนน้อยลงในระยะสั้นอาจทำให้หายใจลำบาก แต่ในระยะยาวสร้างภาระให้หัวใจ หลอดเลือดแข็งตัวและผนังหลอดเลือดแดงเสียหาย ทำให้ไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น
  • มะเร็ง: ศาสตราจารย์ชาฮับย้ำว่าไม่สามารถบอกได้ว่าการสูบบุหรี่ในระดับใดจะทำให้เกิดความเสียหายต่อ DNA จนนำไปสู่มะเร็งได้ ผู้สูบบุหรี่โดยเฉลี่ยเสียชีวิตเร็วกว่าคนไม่สูบถึง 10 ปี และเป็นโรคในวัยชราได้เร็วกว่า

ที่สำคัญคือบุหรี่มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิต ผู้สูบจะอยู่ในภาวะถอนนิโคตินอย่างต่อเนื่องหากไม่มีบุหรี่ การศึกษาขนาดใหญ่ชี้ว่าการเลิกบุหรี่สามารถช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้อย่างชัดเจนในเวลาอันสั้น แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าจะซับซ้อนก็ตาม

แนวทาง เลิกบุหรี่ ที่วิทยาศาสตร์รับรอง

ข่าวดีคือความเสียหายหลายอย่างที่เกิดจากการสูบบุหรี่สามารถฟื้นตัวได้ แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องเลิกสูบ และแน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย

จากบทวิจารณ์ Cochrane ปี 2023 พบว่า:

  • หักดิบ (Cold Turkey): เป็นวิธีที่มีโอกาสสำเร็จน้อยที่สุด โดยเฉลี่ยมีเพียง 6 คนจาก 100 คนที่ทำสำเร็จโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วย
  • แผ่นแปะนิโคติน: ช่วยให้สำเร็จได้ดีขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 9 คนจาก 100 คนสำเร็จ และจะเพิ่มเป็น 12 คนหากใช้ร่วมกับอุปกรณ์ช่วยอื่นๆ
  • บุหรี่ไฟฟ้า/Vapes: มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาพิธีกรรมการ “พักสูบ” โดยไม่มีคาร์บอนมอนอกไซด์และน้ำมันดิน แต่ก็อาจจะเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้ยากเช่นกัน
  • ยาตามใบสั่งแพทย์ (Varenicline และ Cytisine): ถือเป็นวิธีที่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด โดยยาเหล่านี้จะไปจับกับตัวรับนิโคตินในสมอง ทำให้มีการหลั่งโดปามีนและเซโรโทนินลดอาการถอนยา และเมื่อคุณสูบบุหรี่จริงๆ ก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ เพราะตัวรับนิโคตินถูกยาครอบครองไว้แล้ว ซึ่งเป็นการทำลายความเชื่อมโยงทางจิตวิทยาระหว่างพฤติกรรมและความพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะสำเร็จยังคงอยู่ที่ประมาณ 14%

อย่าท้อแท้กับการ เลิกบุหรี่: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

ศาสตราจารย์ชาฮับเน้นย้ำว่า “บุหรี่เสพติดได้รุนแรงมาก ยิ่งกว่าเฮโรอีนหรือโคเคนในบางมาตรวัด” สำหรับผู้ที่กำลังพยายามเลิกบุหรี่ ความล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เรามองว่าการเตรียมตัวและทำความเข้าใจกลไกการเสพติดเป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในการเลิกบุหรี่ได้อย่างยั่งยืน หากคุณเคยล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง อย่าเพิ่งหมดหวังกับตัวเอง การค้นหาผู้เชี่ยวชาญหรือการใช้ตัวช่วยที่เหมาะสมจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ สังคมและคนรอบข้างพร้อมสนับสนุนผู้ที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเสมอ เพราะทุกคนต่างก็รักคนที่สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ.

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →