Skip to content
Home » Lifestyle » แองเจล่า ฮาร์ทเน็ตต์ เชฟดาวมิชลิน เผยเคล็ดลับทำไก่ตุ๋นผักให้หรูหราแบบมืออาชีพ

แองเจล่า ฮาร์ทเน็ตต์ เชฟดาวมิชลิน เผยเคล็ดลับทำไก่ตุ๋นผักให้หรูหราแบบมืออาชีพ

เคล็ดลับไก่ตุ๋น

เปิดครัวต้อนรับแองเจล่า ฮาร์ทเน็ตต์ (Angela Hartnett) เชฟระดับดาวมิชลิน วัย 57 ปี ผู้สั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารมากว่า 40 ปี กับการสาธิตเมนูสุดคลาสสิกอย่าง ไก่ตุ๋น (Poached Chicken) พร้อมผักตามฤดูกาล เมนูที่ดูเหมือนง่าย แต่หลายคนอาจเคยมองข้ามความสำคัญของรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเปลี่ยนจานธรรมดาให้กลายเป็นผลงานมาสเตอร์พีซได้ เชฟฮาร์ทเน็ตต์จะมาแบ่งปันปรัชญาและเทคนิคการทำอาหารที่ไม่ใช่แค่เรื่องของวัตถุดิบ แต่คือ “จังหวะ” และ “ความใส่ใจ” ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับ เคล็ดลับไก่ตุ๋น ในแบบฉบับเชฟมิชลินที่สามารถทำตามได้เองที่บ้าน

หัวใจสำคัญ: “ไม่รีบร้อน แต่เคลื่อนไหวเสมอ”

สิ่งแรกที่เชฟแองเจล่าเน้นย้ำคือ “จังหวะ” หรือ Tempo ของการทำอาหาร เธอมีปรัชญาที่ว่า ‘Always moving, never rushing’ คือการเคลื่อนไหวตลอดเวลาแต่ไม่เร่งรีบ ความสม่ำเสมอและความลื่นไหลนี้เองที่ทำให้ผักทุกชิ้นถูกหั่นออกมาในรูปร่างที่เท่ากันอย่างน่าอัศจรรย์ และแทบไม่มีการหกเลอะเทอะหรืออุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นเลย

เชฟแองเจล่าไม่ใช่เชฟที่ชอบตะโกนสั่งงานอย่างเกรี้ยวกราด ดังที่หลายคนอาจเคยเห็นจากรายการโทรทัศน์ Hell’s Kitchen ในยุคปลายทศวรรษ 2000 ที่เธอเป็นเหมือนข้อยกเว้นท่ามกลางเชฟคนอื่นๆ ที่ส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา เธอกล่าวว่า “คนมักจะเชื่อมโยงดาวมิชลินเข้ากับความเป็นชายชาตรีที่แข็งกร้าว แต่นั่นอาจเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว และฉันไม่คิดว่าการทำครัวด้วยความก้าวร้าวจะทำให้คุณเป็นเชฟที่ดีขึ้นได้เลย”

เคล็ดลับการเตรียมไก่และวัตถุดิบที่ต้องรู้

  • เลือกไก่คุณภาพดี: “กุญแจสำคัญคือการเลือกซื้อไก่ที่ดี” เชฟฮาร์ทเน็ตต์กล่าว สำหรับเมนูไก่ตุ๋นที่เรียบง่ายเช่นนี้ ไม่มีที่ให้ซ่อนความผิดพลาด การเลือกไก่สดใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • การเลาะกระดูกไก่ด้วยมีดคมกริบ: การเลาะกระดูกไก่ (ไก่ 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 1.5–2 กก.) แม้จะไม่ระบุในสูตรทั่วไป แต่จะช่วยให้ไก่พอดีกับหม้อมากขึ้น ทำให้ส่วนน่องไก่สุกได้เร็วขึ้น และป้องกันไม่ให้ไก่แผ่ออกมาดูไม่เป็นมืออาชีพ การมีมีดที่คมกริบจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
  • วัตถุดิบตามฤดูกาลและท้องถิ่น: เชฟให้ความสำคัญกับการเลือกผักตามฤดูกาลและมาจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น (สามีของเธอ เชฟนีล บอร์ธวิค มักจะหงุดหงิดหากเธอซื้อวัตถุดิบที่ไม่ใช่ของอังกฤษ) เพราะนอกจากจะส่งเสริมเกษตรกรแล้ว ยังให้รสชาติที่ดีกว่าอีกด้วย
  • การหั่นผักอย่างมีศิลปะ: แครอท (2 หัว) ควรหั่นเฉียงๆ เพื่อความสวยงาม ส่วนขึ้นฉ่าย (2 ก้าน) ควรหั่นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้กินได้ในคำเดียวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกากใย สำหรับหัวหอมใหญ่ (1 หัว) และกระเทียม (1 หัวเล็ก) ควรหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ
  • การปรุงรสน้ำซุปด้วยเกลือ: เชฟแองเจล่าแนะนำให้ใส่เกลือในน้ำสำหรับตุ๋นไก่ “เพิ่มขึ้นไปอีกห้าเท่า” จากปกติที่คุณเคยใช้ โดยให้น้ำท่วมตัวไก่ประมาณ 1 นิ้ว เธอบอกว่า “นี่คือน้ำจำนวนมาก” และ “จงเหวี่ยงเกลือลงไปจนน้ำมีรสชาติเหมือนน้ำทะเล” อย่ากลัวที่จะใช้เกลือ เพราะเมื่อทุกอย่างรวมกันแล้ว มันจะออกมาอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

เทคนิคการตุ๋นและปรุงผักฉบับเชฟมืออาชีพ

เมื่อไก่ถูกนำลงหม้อและปิดด้วยน้ำเย็น ให้ตั้งไฟกลางๆ พร้อมกับก้านไธม์ 2 ก้าน จนน้ำเริ่มเดือดช้าๆ จากนั้นลดไฟลงทันทีให้เป็นไฟอ่อนๆ เพื่อให้ไก่ตุ๋นไปเรื่อยๆ การเคี่ยวน้ำซุป (Simmer) ไม่ใช่การเดือดพล่าน แต่ก็ไม่ใช่แค่ฟองเล็กๆ เพียงฟองเดียวที่โผล่ขึ้นมาทุก 10 วินาที มันคือจังหวะที่น้ำปุดขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ชวนให้นึกถึงสัตว์ประหลาดในบึงที่กำลังหายใจเข้าออกอยู่ในนั้น

เมื่อน้ำซุปเริ่มมีฟองสิ่งสกปรกผุดขึ้นมา ให้ช้อนฟองออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หลายคนอาจไม่ชอบ เพราะรู้สึกเหมือนยิ่งช้อนก็ยิ่งดันสิ่งสกปรกกลับเข้าไปอีก เชฟฮาร์ทเน็ตต์แนะนำว่า “ไม่ต้องเครียดมากนัก แค่สิ่งสกปรกเล็กน้อยไม่ทำให้คุณเสียชีวิต” และเมื่อถึงเวลาสะเด็ดน้ำ สิ่งเหล่านี้ก็จะตกลงไปที่ก้นหม้ออยู่ดี ไก่จะถูกตุ๋นพร้อมกับผักที่มีความแข็งแรง เช่น แครอท หัวหอม ขึ้นฉ่าย และกระเทียม ประมาณ 50-60 นาที จนสุกได้ที่ โดยเชฟจะใช้วิธีบีบต้นขาไก่เล็กน้อยเพื่อตรวจสอบความนุ่ม

สำหรับผักตามฤดูใบไม้ผลิที่บอบบางกว่า ควรนำมาปรุงแยกต่างหาก ตัวอย่างเช่น หน่อไม้ฝรั่ง 1 กำ (ประมาณ 400 ก.) ถั่วลันเตา 200 ก. และถั่วปากอ้า 200 ก. ควรนำมาเตรียมตามขั้นตอนดังนี้:

  • การเตรียมผัก: เด็ดก้านแข็งๆ ของหน่อไม้ฝรั่งออก และแกะเมล็ดถั่วออกจากฝัก
  • การลวกผัก: นำหน่อไม้ฝรั่งลงลวกในน้ำเกลือเดือดเพียง 1 นาที จากนั้นเติมถั่วปากอ้าและถั่วลันเตาลงไปลวกต่ออีก 3 นาที จนผักนุ่มพอดี ไม่ควรลวกผักให้นิ่มเละหรือดิบเกินไป เพราะผักที่ยังไม่สุกดีจะไม่มีรสชาติในตัวมันเอง
  • การปรุงรสผัก: เมื่อลวกเสร็จแล้ว นำผักมาคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์เล็กน้อย ใบสะระแหน่ และเกลือทะเลเล็กน้อย
  • การจัดเสิร์ฟ: เมื่อไก่ตุ๋นสุกแล้ว ให้ตักไก่และผักที่ตุ๋นออกมาจัดเรียงอย่างสวยงามบนจาน จากนั้นตักน้ำซุปส่วนหนึ่งลงในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟกลางลดน้ำซุปให้ข้นขึ้นประมาณ 3 นาที เติมเนยเค็ม 15 กรัม และผักชีฝรั่งสับลงไป คนให้เข้ากันแล้วราดลงบนไก่และผัก การจัดเสิร์ฟจะใช้ผักตามฤดูกาลที่ปรุงแล้วไว้ด้านบนเพื่อความสวยงาม ห้ามใช้แป้งทำน้ำเกรวี่ข้นๆ เป็นอันขาด เพราะเป้าหมายคือ “ความสง่างามแบบอิตาเลียนเหนือกาลเวลา” ไม่ใช่ “อาหารย่างในผับแบบดั้งเดิม” (แม้ว่าอาหารแบบหลังก็อร่อยเช่นกัน)
  • อุปกรณ์คู่ใจเชฟ: เชฟฮาร์ทเน็ตต์เผยว่าอุปกรณ์โปรดของเธอคือ “Spider” ซึ่งเป็นตะหลิวแบบมีรูผสมกับกระชอนขนาดเล็ก ที่ใช้สำหรับ “ช้อนสิ่งต่างๆ ออกจากหม้อ” ไม่ว่าจะเป็นผักที่ลวกเสร็จแล้ว หรือสมุนไพรต่างๆ

มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมเมนูธรรมดาถึงกลายเป็นความพิเศษได้?

จาก เคล็ดลับไก่ตุ๋น ของเชฟแองเจล่า ฮาร์ทเน็ตต์ เราได้เห็นว่าการทำอาหารชั้นเลิศไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเสมอไป หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การหั่น การปรุงรส ไปจนถึงจังหวะของการทำอาหารที่สงบนิ่งแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ

เมนู ไก่ตุ๋น ที่เชฟสาธิตนี้ สะท้อนปรัชญาของเธอที่ว่า “คุณแค่อยากได้อาหารที่สวยงามและสมบูรณ์แบบบนจาน” ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าอาหารไม่จำเป็นต้องมีส่วนผสมถึง 15 อย่างถึงจะอร่อยหรือหรูหรา สำหรับผู้อ่านแล้ว นี่คือแรงบันดาลใจชั้นดีที่จะนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการทำอาหารที่บ้าน เปลี่ยนเมนูประจำวันให้กลายเป็นจานพิเศษที่ทั้งอร่อยและดูดีมีสไตล์ ด้วยความเข้าใจในแก่นแท้ของการทำอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างแท้จริง

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →