Skip to content
Home » Lifestyle » อายุ 18 แต่ยังไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ: เป็นเรื่องปกติไหม และควรรับมืออย่างไร?

อายุ 18 แต่ยังไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ: เป็นเรื่องปกติไหม และควรรับมืออย่างไร?

ไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ

สำหรับใครหลายคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในวัย 18 ปี ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและค้นพบตัวตนครั้งสำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกถึงความตื่นเต้นกับความสัมพันธ์หรือความดึงดูดทางเพศ เช่นเดียวกับกรณีของนักศึกษาหญิงรายหนึ่งที่กำลังเผชิญกับความกังวลว่าทำไมตนเองถึงยังไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศต่อใครเลย ทั้งที่เพื่อนๆ รอบข้างเริ่มมีความสัมพันธ์และพูดคุยเรื่องความใกล้ชิดกันแล้ว ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติหรือไม่ และเราควรรับมือกับมันอย่างไร?

ทำความเข้าใจความรู้สึกที่ไม่ผูกพัน: วัยแห่งการค้นพบตัวตน

นักศึกษาหญิงวัย 18 ปีรายนี้ยอมรับว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบคนรัก และไม่เคยรู้สึกถูกดึงดูดทางกายหรือทางเพศต่อใครเลย แม้จะเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชาย แต่ความรู้สึกที่ว่างเปล่านี้ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามถึงรสนิยมทางเพศของตัวเอง เธอรู้สึกแปลกแยกเมื่อเห็นเพื่อนๆ มีประสบการณ์ความสัมพันธ์ที่เธอไม่เข้าใจ และยังมีความกังวลอย่างมากเรื่องเป้าหมายชีวิตในการมีลูก ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องยากจากความรู้สึกที่เป็นอยู่

การเปลี่ยนผ่านจากชีวิตมัธยมสู่มหาวิทยาลัยถือเป็นก้าวใหญ่ที่หลายคนอาจประเมินค่าต่ำเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาของการเติบโตอย่างมหาศาล ที่เราจะได้เรียนรู้และเข้าใจตัวเองมากขึ้น การที่คุณเริ่มตั้งคำถามกับความรู้สึกนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบและการสำรวจตัวตน

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: เปิดใจสำรวจความเป็นไปได้

ดันแคน แบรนลีย์ (Duncan Branley) นักจิตบำบัดที่ได้รับการรับรองจาก UKCP ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกรณีนี้:

ไม่ได้ดึงดูดทางเพศเสมอไป: สำรวจความสัมพันธ์ในมุมอื่น

แบรนลีย์แนะนำให้ลองพิจารณาว่าคุณเคยรู้สึกดึงดูดคนอื่นในลักษณะที่ไม่ใช่เรื่องเพศหรือไม่? บางทีอาจมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมหรือครอบครัวที่จำกัดความหมายของคำว่า ‘ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด’ ของคุณ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ในหนังสือหรือภาพยนตร์ อาจช่วยให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

เขาชี้ว่ารสนิยมทางเพศมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Straight (รักต่างเพศ), Bi (รักสองเพศ), Gay (รักร่วมเพศ), Asexual (ไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ) หรืออื่นๆ อีกมากมาย การที่คุณยังไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศในตอนนี้ อาจเป็นเพียงเพราะคุณยังไม่พร้อม และนั่นไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด การค้นหาตัวตนผ่านปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นเรื่องปกติ แต่บางทีตอนนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการค้นหาตัวตนของคุณในบริบทใหม่ๆ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่

ความวิตกกังวลส่งผลต่อความปรารถนาทางเพศอย่างไร?

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือเรื่องของความวิตกกังวล แบรนลีย์ตั้งข้อสังเกตว่าความวิตกกังวลสามารถลดความต้องการทางเพศลงได้สำหรับหลายๆ คน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ความปรารถนาทางกายและการกระตุ้นทางเพศของคุณ สิ่งสำคัญคือการทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย เพราะเป็นเรื่องยากที่จะรู้สึกอะไรได้ หากเรายังคงอยู่ในโหมด ‘เอาตัวรอด’ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดในชีวิตประจำวันที่ละเอียดอ่อนก็ตาม

การพูดคุยกับที่ปรึกษาในมหาวิทยาลัย แม้จะฟังดูเป็นคำแนะนำง่ายๆ แต่การได้คุยกับคนที่เหมาะสมเพียงครั้งเดียวก็สามารถช่วยคลายความกังวลและให้มุมมองใหม่ๆ ได้

ไม่รีบร้อนกับการตีตรา: เปิดพื้นที่ให้การสำรวจ

แบรนลีย์เน้นย้ำว่า การเปิดใจและไม่รีบร้อนที่จะติดป้ายให้กับตัวเองว่าเป็นอะไร จะช่วยให้คุณสำรวจความรู้สึกได้อย่างแท้จริง บางทีการพิจารณาถึงภาวะ Asexuality (การไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศ) อาจทำให้คุณรู้สึกว่ามีคนเข้าใจและมีแนวร่วม

อนาคตเรื่องการมีครอบครัว: ยังมีเวลาและทางเลือกอีกมากมาย

สำหรับความกังวลเรื่องการมีลูกนั้น แบรนลีย์ยืนยันว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ และปัจจุบันมีวิธีมากมายในการมีและเลี้ยงดูลูกได้ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าความรู้สึกในตอนนี้จะปิดกั้นโอกาสในอนาคต

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้: โฟกัสที่ตัวเอง

ในท้ายที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการโฟกัสที่ตัวคุณเอง ลองคิดว่าอะไรทำให้คุณรู้สึกดี อะไรทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย และสำรวจความอยากรู้อยากเห็นในตัวเองด้วยความอดทน โลกเพิ่งเริ่มต้นเปิดกว้างสำหรับคุณ

มุมมองจากเรา: ช่วงเวลาของการเติบโตที่ไม่เร่งรีบ

เรามองว่ากรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่า การค้นหาตัวตนและรสนิยมทางเพศไม่ใช่เส้นทางที่ตรงไปตรงมาสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอารมณ์ การที่ยังไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศในวัย 18 จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่สัญญาณว่าคุณมีความผิดปกติแต่อย่างใด สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกคล้ายๆ กันนี้ สิ่งสำคัญคือการให้พื้นที่กับตัวเองในการสำรวจ โดยไม่ต้องรีบร้อนติดป้ายหรือตัดสิน การได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้คุณเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและมีความสุขในแบบของตัวเอง.

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →