นักแสดงไอคอนตลอดกาลอย่าง ออเดรย์ เฮปเบิร์น (Audrey Hepburn) กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อ ฌอน เฮปเบิร์น เฟอร์เรอร์ ลูกชายคนโตของเธอ เตรียมเปิดเผยเรื่องราวชีวิตจริงที่ลึกซึ้งและไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ในหนังสือชีวประวัติเล่มใหม่ที่ชื่อว่า “Intimate Audrey” โดยหนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสัมผัสชีวิตเบื้องหลังของดาวค้างฟ้าคนนี้ในแบบที่แตกต่างจากภาพจำที่โลกเคยเห็น
เบื้องหลังชีวิตที่ “ไม่น่าเบื่อ” ของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น
ฌอน เฮปเบิร์น เฟอร์เรอร์ เล่าว่า ตลอดชีวิตที่เติบโตมา เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกชายของดาราภาพยนตร์ระดับโลกเลย แม่ของเขามีชีวิตที่เรียบง่ายและให้ความสำคัญกับสิ่งธรรมดา ๆ แม้ว่า ออเดรย์ เฮปเบิร์น จะเคยบอกว่าชีวิตของเธอนั้น “น่าเบื่อมาก” และปฏิเสธที่จะเขียนบันทึกส่วนตัว แต่ฌอนกลับมองเห็นภาพที่ต่างออกไป เขามองว่าแม่ของเขามีชีวิตที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ทั้งสงครามและความยากจน สู่ความร่ำรวยและชื่อเสียง ความรักและการทรยศหักหลัง
สำหรับฌอนและครอบครัว การตามหาภาพของออเดรย์ตามโปสเตอร์ นิตยสาร หรือสินค้าต่าง ๆ ทั่วโลก กลายเป็นเกมสนุก ๆ ที่พวกเขาเรียกกันว่า “สามนาทีตามหาคุณยาย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของเธอแพร่หลายไปทุกหนแห่งเพียงใด หนังสือ “Intimate Audrey” ที่เขียนร่วมกับ เวนดี้ โฮลเดน จึงเป็นความพยายามของฌอนที่จะนำพา “ออเดรย์ เฮปเบิร์น ลงมาสู่โลก” เพื่อให้คนได้เห็นว่าเธอก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิตจริง ๆ
รากฐานชีวิตที่แข็งแกร่งจากประสบการณ์สงคราม
เรื่องราวในหนังสือเปิดฉากด้วยภารกิจสุดท้ายของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNICEF ที่โซมาเลีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัส ก่อนที่จะย้อนกลับไปสู่ชีวิตในวัยเด็กของเธอ ออเดรย์เกิดที่เบลเยียมในปี 1929 และต้องเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่สองในเนเธอร์แลนด์ เธอต้องอดอยาก กินหัวผักกาดเก่า ๆ และขนมปังจากแป้งหัวทิวลิป เธอเห็นความรุนแรงและชาวยิวถูกจับกุมไปค่ายกักกัน
ในช่วงวัยรุ่น เธอแสดงบัลเลต์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่หลบซ่อน และส่งข้อความให้ขบวนการต่อต้าน ท่าทางที่สง่างามของเธอไม่ได้มาจากบทเรียนบัลเลต์เท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากเศษกระสุนที่ฝังอยู่ในคอ ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอถูกจำกัดอย่างถาวร เธอต้องยอมรับว่าพ่อแม่ของเธอเคยสนับสนุนลัทธิฟาสซิสต์และเคยถ่ายรูปกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยยอมรับมันได้ทั้งหมด
ปัจจัยที่ทำให้ตำนาน ออเดรย์ เฮปเบิร์น ยืนยง
ฌอน เฮปเบิร์น เฟอร์เรอร์ วิเคราะห์ว่าชื่อเสียงของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ที่คงอยู่ยาวนานนั้นมาจาก 3 ปัจจัยหลัก:
- ความสดใหม่และความเป็นธรรมชาติในการแสดง: การแสดงที่ไร้เดียงสาและเป็นธรรมชาติของเธอในภาพยนตร์เรื่อง “Roman Holiday” (1953) ซึ่งทำให้เธอแจ้งเกิดในฮอลลีวูด ฌอนเปรียบเทียบว่าเธอคือ “ต้นฉบับแอนะล็อก” ในโลกที่เต็มไปด้วย AI ไม่มีสิ่งใดที่ประดิษฐ์หรือถูกเตรียมมา
- สไตล์ส่วนตัวที่ไม่เคยล้าสมัย: แฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอกับรองเท้าบัลเลต์ กางเกงคาปรี ทรงผมสั้น และแว่นกันแดดขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีไซน์สุดประณีตจาก Hubert de Givenchy ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง “Sabrina” (1954) ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนพี่น้อง เธอเคยบอกว่าถ้า Givenchy ไม่ใช่เกย์ เขาก็คงเป็นสามีของเธอ
- งานด้านมนุษยธรรมในฐานะทูต UNICEF: บทบาทของเธอในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNICEF ในช่วงปี 1980s และ 1990s ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในเอธิโอเปีย เวเนซุเอลา และเวียดนาม เธอได้อุทิศชีวิตให้กับความฝันในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุม
ชีวิตส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960s ออเดรย์ เฮปเบิร์น ได้ทิ้งอาชีพนักแสดงเพื่อมุ่งเน้นไปที่ครอบครัว ฌอนเกิดจากการแต่งงานครั้งแรกของเธอกับ เมล เฟอร์เรอร์ ในปี 1960 ส่วนลูกชายคนที่สองอย่าง ลูก้า เกิดในปี 1970 จากการแต่งงานครั้งที่สองกับจิตแพทย์ชาวอิตาลี แอนเดรีย ด็อตติ ฌอนได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาในหนังสือว่าความสัมพันธ์กับพ่อของเขานั้นมีค่าแต่ก็ยากลำบากที่สุด ขณะที่ด็อตติเป็นคู่ชีวิตที่น่าคบหาแต่ไม่น่าเชื่อถือ
ฌอนเล่าถึงการนอกใจของด็อตติ ซึ่งทำให้แม่ของเขาต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ถึงขนาดที่เขาเคยพบเธอหมดสติอยู่บนเตียงพร้อมขวดยานอนหลับที่ว่างเปล่า ซึ่งเป็นช่วงที่ชีวิตสมรสครั้งที่สองของเธอล่มสลาย ฌอนกล่าวว่า “ถ้าแม้แต่ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ยังต้องเจอกับการนอกใจ ใคร ๆ ก็เจอได้”
มากกว่าภาพจำ: ออเดรย์ เฮปเบิร์น ในมุมของคนธรรมดา
ในฐานะบรรณาธิการ เรามองว่าหนังสือ “Intimate Audrey” ของ ฌอน เฮปเบิร์น เฟอร์เรอร์ เล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่การเล่าเรื่องราวของดาราในตำนาน แต่เป็นการนำเสนอชีวิตของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ในมิติที่ลึกซึ้งและเป็นมนุษย์มากขึ้น ผู้คนมักมองเธอเป็นไอคอนที่สูงส่ง แต่ฌอนพยายามที่จะฉายภาพเธอในฐานะคนธรรมดาที่มีทั้งความสุข ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่น หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้แฟน ๆ ได้เข้าใจถึงรากฐานที่หล่อหลอมตัวตนของเธอ และตระหนักว่าเบื้องหลังความสง่างามนั้น เธอคือผู้หญิงที่เข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ส่งต่อมายังคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมสวนให้พร้อมรับฤดูร้อน: 15 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ สู่สวนสวยน่ารื่นรมย์
- รีวิวเครื่องชงกาแฟ Bean-to-Cup: สุดยอด 9 รุ่นเด่นสำหรับคอกาแฟทุกงบประมาณ
- เฟย์ชัวดาโปรตุเกส: เคล็ดลับสู่สตูว์ถั่วหมูรสลึกสไตล์โปรตุเกสแท้ๆ ที่คุณต้องลอง
- ร้าน Burro ลอนดอน: เมื่อเชฟดัง “Conor Gadd” นำเสน่ห์อิตาเลียนแท้สู่ Covent Garden