ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หลายคนรอคอยอย่าง The Devil Wears Prada 2 กำลังสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะบทบาทของ Benji Barnes มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีผู้ทะเยอทะยาน ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ตัวร้ายในจอภาพยนตร์ แต่ยังสะท้อนถึง อิทธิพลเศรษฐีเทค ที่แผ่ขยายเข้าสู่ทุกมิติของสังคม ทั้งวงการแฟชั่น สื่อ และวัฒนธรรมป๊อปในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้คนเริ่มตั้งคำถามถึงอำนาจมหาศาลของกลุ่มคนรวยระดับพันล้านเหล่านี้
Benji Barnes: ตัวแทนแห่งอำนาจใหม่ในโลกแฟชั่น
ในภาคต่อของ The Devil Wears Prada นี้ เราได้รู้จัก Miranda Priestly ในเวอร์ชันที่ต้องรับคำสั่งจากผู้อื่นมากขึ้น จนกระทั่ง Benji Barnes (รับบทโดย Justin Theroux) มหาเศรษฐีผู้แปลกประหลาดปรากฏตัวขึ้น พร้อมข่มขู่ที่จะรื้อถอนความเป็นเลิศที่ Miranda ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสร้างมา Benji มองเห็นอนาคตที่วงการแฟชั่นไม่จำเป็นต้องมีนางแบบ สถานที่ หรือแม้แต่นักออกแบบ เพราะทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหมด
หลายคนมองว่าตัวละคร Benji ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีแรงบันดาลใจจาก Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์หลังการหย่าร้างในปี 2019 (ที่เรียกว่า “glow-up” จากการลดน้ำหนักและผิวสีแทน) ไปจนถึงอดีตภรรยาของ Benji อย่าง Sasha Barnes (รับบทโดย Lucy Liu) ที่ผันตัวไปทำงานการกุศล ซึ่งคล้ายคลึงกับ MacKenzie Scott อดีตภรรยาของ Bezos ที่ประกาศบริจาคเงินจำนวนมหาศาลจากการหย่าร้าง
จากจอสู่ชีวิตจริง: เมื่ออิทธิพลเศรษฐีเทคครอบงำทุกวงการ
ความเชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัว Benji แต่ยังรวมถึง Emily อดีตผู้ช่วยผู้เฉียบแหลมของ Miranda ที่ในภาคนี้คบหากับ Benji และใช้สถานะของเขาเป็นบันไดในการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ซึ่งสะท้อนภาพของ Lauren Sánchez ภรรยาคนปัจจุบันของ Jeff Bezos ที่ใช้ความสัมพันธ์ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อยกระดับโปรไฟล์ของเธอเอง ทั้งการปรากฏตัวบนปกดิจิทัลของนิตยสาร Vogue การเดินทางไปอวกาศ และงานแต่งงานสุดหรูในปี 2025 ที่เวนิส ซึ่งมีแขกเหรื่อระดับโลกมาร่วมงานมากมาย เช่น Oprah Winfrey, ตระกูล Kardashian, Leonardo DiCaprio และ Bill Gates ไม่เว้นแม้แต่ข่าวลือที่ว่า Sánchez อยากเป็น Bond girl หลังจาก Amazon เข้าซื้อแฟรนไชส์ 007 ในปี 2022 สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำถึง อิทธิพลเศรษฐีเทค ที่สามารถเปลี่ยนสถานะของคนธรรมดาให้กลายเป็นบุคคลระดับโลกได้
นอกจากนี้ ในโลกจริง Jeff Bezos ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการเป็นประธานกิตติมศักดิ์และผู้สนับสนุนหลักของ Met Gala ซึ่งเป็นงานแฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี จนมีข่าวลือว่าคนดังบางส่วนประกาศคว่ำบาตรเพื่อประท้วง บทบาทของ Bezos สะท้อนให้เห็นว่าเขาพยายามแทรกซึมเข้าสู่วงการแฟชั่นมานานแล้ว และยังแสดงถึงการครอบงำสื่อและวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้นของบรรดาเศรษฐีเทคโนโลยีเหล่านี้
ภาพยนตร์หลายเรื่องก็หยิบยกประเด็นนี้มานำเสนอ เช่น Paul Marks (Elon Musk) ใน The Morning Show ที่พยายามสร้างการผูกขาดสื่อ, Lukas Matsson (มหาเศรษฐีเทค) ใน Succession หรือ Miles Bron (มหาเศรษฐีเทคผู้หลงตัวเอง) ใน Knives Out 2 ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวละครที่สะท้อนถึงอำนาจและอิทธิพลของชนชั้นนำด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ผู้คนเหล่านี้สร้างความร่ำรวยและอำนาจด้วยการผูกขาดเครื่องมือที่เราใช้ในการสื่อสาร ทำงาน พักผ่อนหย่อนใจ และแบ่งปันข้อมูล
เมื่อความร่ำรวยกำหนดทิศทางวัฒนธรรม: โลกที่เราอยากอยู่จริงหรือ?
เรามองว่า The Devil Wears Prada 2 เป็นมากกว่าภาพยนตร์บันเทิง แต่มันคือคำเตือนที่สำคัญถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เรากำลังเผชิญอยู่ ความทะเยอทะยานของมหาเศรษฐีเทคบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Benji Barnes ที่มองข้ามคุณค่าของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ และพยายามแทนที่ด้วย AI ทั้งหมดนั้น ทำให้เกิดคำถามว่านี่คือโลกที่เราอยากเห็นหรือไม่ ท่ามกลางการผงาดขึ้นของ อิทธิพลเศรษฐีเทค การรักษาคุณค่าของความงาม ศิลปะ และความสำเร็จอันประเมินค่าไม่ได้ของมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง และเป็นบทสนทนาที่สังคมต้องร่วมกันค้นหาคำตอบ เพื่อให้โลกใบนี้ไม่ถูกกำหนดทิศทางด้วยอำนาจเงินเพียงอย่างเดียว
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นิทรรศการ “Costume Art” ของ Met Museum เปิดตัวพื้นที่ใหม่ ชวนสำรวจ ‘เรือนร่างมนุษย์’ ในมิติแฟชั่นที่หลากหลาย
- เปิดโผ 10 ไอเท็มฮิตประจำเดือนเมษายน ที่สายไลฟ์สไตล์ต้องมีติดบ้าน!
- การออกกำลังกายแบบ Eccentric: พลิกโฉมการสร้างความแข็งแรงที่ยั่งยืน
- แม่วัย 70 ปี กับพฤติกรรมติดเกม: เข้าใจกลไกและแนวทางรับมืออย่างสร้างสรรค์