ในใจกลางเขตทะเลสาบอันงดงามของอังกฤษ The Hare and Hounds ผับที่มีประวัติยาวนานถึง 400 ปี ณ Bowland Bridge ได้ปิดประตูลงเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2023 หลังเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงและการปรับเพิ่มค่าเช่ามหาศาล การปิดตัวของสถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดจบของตำนาน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของปัญหาที่กว้างกว่า นั่นคือ วิกฤตผับอังกฤษ ที่กำลังกัดกร่อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนทั่วประเทศ
ตำนาน 400 ปี ที่ต้องพับเก็บ: เรื่องราวของ The Hare and Hounds
The Hare and Hounds ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เคยเป็นสถานีพักรถม้าบนเส้นทางจากแมนเชสเตอร์สู่กลาสโกว์ ตลอด 4 ศตวรรษที่ผ่านมา ผับแห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของ Bowland Bridge ต้อนรับทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทาง แม้กระทั่งเคยมีปีเตอร์ ทอมป์สัน อดีตปีกดาวดังของทีมลิเวอร์พูลเป็นเจ้าของในช่วงยุค 90
ในปี 2020 ไซมอน เรย์เนอร์ และหุ้นส่วน แอนดรูว์ แบล็ก ได้เข้ามาพลิกฟื้นผับแห่งนี้ พวกเขาใช้ความพยายามอย่างหนักในการปรับปรุงและเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนกันยายน 2021 ด้วยบรรยากาศผับชนบทที่ให้บริการอาหารและห้องพัก 5 ห้อง การดำเนินงานเป็นไปได้ด้วยดี มีผู้คนมาใช้บริการหนาแน่นหลังการล็อกดาวน์โควิด-19 และผับยังได้รับการกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง The Guardian และ The Times ซึ่งยกย่องว่าสามารถสร้างสมดุลระหว่างผับท้องถิ่นแบบดั้งเดิมกับร้านอาหารเก๋ๆ ได้อย่างลงตัว
ปัจจัยที่บีบให้ผับเก่าแก่ต้องปิดประตูลง
แม้จะได้รับความนิยมและอัตราการเข้าพักห้องพักสูงถึง 80% ตลอดทั้งปี แต่ The Hare and Hounds ก็ไม่สามารถต้านทานปัจจัยด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้:
- ค่าใช้จ่ายพนักงาน: ผับแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายพนักงานสูงถึง 35-40% ของรายได้ ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมที่ประมาณ 28% อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นผับในพื้นที่ห่างไกลทำให้การจัดตารางกะสั้นๆ เป็นไปได้ยาก
- ค่าสาธารณูปโภค: ค่าพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมประมาณ 1,500 ปอนด์ต่อเดือน พุ่งขึ้นเกือบ 3,500 ปอนด์ต่อเดือนในช่วงท้าย
- ค่าเช่าที่ดิน: Admiral Taverns ซึ่งเป็นบริษัทผับเจ้าของอาคาร (และถูกซื้อกิจการโดย Proprium Capital Partners ในปี 2017) ได้ปรับเพิ่มค่าเช่าเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจยุติการดำเนินงานในที่สุด
การปิดตัวครั้งนี้ส่งผลให้งานประมาณ 25 ตำแหน่งต้องหายไป และชุมชนยังสูญเสียศูนย์รวมทางสังคมที่สำคัญ
ภาพรวมวิกฤตผับอังกฤษ: ไม่ใช่แค่ The Hare and Hounds
สถานการณ์ของ The Hare and Hounds เป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยแห่งที่กำลังเผชิญปัญหาข้อมูลล่าสุดจาก British Beer and Pub Association (BBPA) ระบุว่า ผับในอังกฤษและเวลส์ปิดตัวลงเฉลี่ยวันละ 2 แห่ง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2020 มีผับหายไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง และมากกว่า 16,000 แห่งนับตั้งแต่ปี 2000 บริษัทผับยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ได้รับผลกระทบ เช่น Admiral Taverns ที่ขายผับไป 77 แห่งในปีที่แล้ว Stonegate ซึ่งเป็นเชนผับที่ใหญ่ที่สุดกำลังพิจารณาขายกว่า 1,000 แห่ง ขณะที่ Greene King ก็เตรียมขาย 150 แห่ง
ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิด วิกฤตผับอังกฤษ ได้แก่:
- วิกฤตค่าครองชีพ: ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้การออกไปสังสรรค์นอกบ้านลดลง
- ต้นทุนการดำเนินงานสูง: ค่าจ้างพนักงานที่เพิ่มขึ้น, ค่าพลังงาน, และเงินเฟ้อด้านอาหารและเครื่องดื่ม
- ภาระภาษีมหาศาล: 1 ใน 3 ของรายได้ผับต้องจ่ายให้กับภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีเบียร์, VAT, หรือภาษีธุรกิจ
- พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป: คนดื่มน้อยลงและหันไปสังสรรค์ในรูปแบบอื่นหรือที่บ้านมากขึ้น
แม้จะมีความพยายามจากรัฐบาลในการลดหย่อนภาษีธุรกิจสำหรับผับเป็นเวลา 3 ปี แต่ภาคอุตสาหกรรมก็ยังเรียกร้องให้ลด VAT สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และลดภาษีเบียร์ลงอีก
ความพยายามของชุมชนเพื่อรักษาจิตวิญญาณแห่ง Bowland Bridge
ท่ามกลางความมืดมิด ชาวบ้านใน Bowland Bridge ไม่ยอมแพ้ พวกเขากว่า 30 คนได้รวมตัวกันภายใต้การนำของ มาร์ติน สโคเวล เพื่อยื่นเรื่องขอให้ The Hare and Hounds ได้รับสถานะเป็น “Asset of Community Value” (ทรัพย์สินอันมีคุณค่าต่อชุมชน) กับสภาท้องถิ่น
สถานะนี้จะทำให้หากผับถูกประกาศขาย จะต้องเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนท้องถิ่นยื่นข้อเสนอซื้อก่อน พร้อมให้เวลา 6 เดือนในการเตรียมการ ซึ่งเป็นความหวังในการป้องกันไม่ให้อาคารเก่าแก่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนเป็นแฟลตให้เช่าพักร้อนหรือ Airbnb ที่จะทำลายเอกลักษณ์ของชุมชนอย่างสิ้นเชิง หากการยื่นขอเป็นไปในทางที่ดี ชุมชนอาจร่วมกันซื้อผับในราคาเสนอขายประมาณ 550,000 ปอนด์ และบริหารจัดการร่วมกัน โดยหวังว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรด้วยอาสาสมัคร เหมือนกับผับที่บริหารโดยชุมชนกว่า 200 แห่งทั่วประเทศที่ประสบความสำเร็จ
มุมมองจากบรรณาธิการ: ผับไม่ใช่แค่ที่ดื่ม แต่คือหัวใจของชุมชน
การปิดตัวของ The Hare and Hounds เป็นมากกว่าข่าวธุรกิจ เป็นสัญญาณเตือนถึงการสูญเสียพื้นที่ทางสังคมที่สำคัญ เรามองว่าผับในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ไม่ใช่แค่สถานที่ดื่มกิน แต่เป็นศูนย์รวมของผู้คน เป็นแหล่งงาน เป็นที่แลกเปลี่ยนข่าวสาร และเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความโดดเดี่ยวทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน การที่ชุมชนพยายามเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาผับแห่งนี้ไว้ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตชาวอังกฤษ สำหรับแฟนๆ ผับและผู้ที่เชื่อในพลังของชุมชน นี่คือสมรภูมิที่ต้องจับตาและเอาใจช่วย เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาคารอิฐหิน แต่เป็นการปกป้องจิตวิญญาณแห่งการรวมตัวและวัฒนธรรมที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ
ที่มา: theguardian.com