Skip to content
Home » Lifestyle » ย้อนรอยอดีตผ่าน ‘เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ’ ที่ยังคงมีชีวิตชีวา

ย้อนรอยอดีตผ่าน ‘เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ’ ที่ยังคงมีชีวิตชีวา

เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ

ในโลกที่ทุกสิ่งเร่งรีบ การได้หยุดและสำรวจร่องรอยในอดีตนั้นช่างมีมนต์เสน่ห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรอยเท้านับพันปีเหล่านั้นยังคงปรากฏให้เราได้สัมผัส นักสำรวจ นักเขียน และพิธีกรโทรทัศน์ชื่อดัง Nicholas Crane ได้พาเราดำดิ่งสู่ประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินอังกฤษ ผ่านหนังสือเล่มใหม่ของเขา “The Path More Travelled” ซึ่งเผยให้เห็นความสำคัญและเรื่องราวเบื้องหลังของ เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ ที่ถักทอเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงชุมชนและเรื่องเล่าจากอดีต

ไขปริศนา ‘อินเทอร์เน็ตแห่งรอยเท้า’ ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเส้นทางที่คุณกำลังเดินอยู่นั้นถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร หรืออะไรคือสาเหตุของส่วนโค้งและเนินต่างๆ? Nicholas Crane อธิบายว่าเส้นทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทางเดิน แต่เป็น “อินเทอร์เน็ตแห่งรอยเท้า” ที่ถักทอขึ้นมาตลอดหลายพันปี ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งเมื่อ 11,000 ปีที่แล้ว เมื่อนักล่าสัตว์และเก็บของป่าอพยพมาจากยุโรป โดยใช้ “เส้นทางหลัก” กว้างใหญ่ที่ต่อมาขยายเป็นทางเดินสำหรับม้าและล้อเลื่อนในยุคสำริด เส้นทางเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงทุกชุมชนในอังกฤษมาอย่างยาวนาน ก่อนที่เครื่องยนต์สันดาปภายในจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการเดินทางเมื่อกว่าศตวรรษที่แล้ว

สำรวจ 6 เส้นทางประวัติศาสตร์ที่ห้ามพลาดในอังกฤษ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น Nicholas Crane ได้แนะนำ เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ ที่น่าสนใจ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวเฉพาะตัวที่ดึงดูดใจ:

  • Sweet Track, Somerset Levels: ทางเดินไม้ที่เก่าแก่เกือบ 6,000 ปี

    เส้นทางนี้ถูกค้นพบในปี 1970 เป็นทางเดินไม้ที่สร้างขึ้นเมื่อเกือบ 6,000 ปีที่แล้ว (3806 ปีก่อนคริสตกาล) โดยเกษตรกรยุคแรกที่ต้องการข้ามไปยังเกาะกลางน้ำ ส่วนที่พังทลายของทางเดินถูกรักษาไว้ในชั้นพีทได้อย่างดี ปัจจุบันมีส่วนจำลองที่ Shapwick Heath nature reserve ให้ผู้มาเยือนได้ลองเดินและจินตนาการถึงโลกของชาวนีโอลิธิก

  • Street of the Dead (Sràid nam Marbh), Iona: เส้นทางสู่โลกหลังความตาย

    บนเกาะ Iona ทางตะวันตกสุดของสกอตแลนด์ คือ Sràid nam Marbh หรือ “ถนนแห่งความตาย” ที่มีความยาวเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงศพสู่สุสานมาตั้งแต่ปี 563 บรรดาขุนนาง Gaelic จำนวนมากถูกนำมาฝังใกล้กับอารามแห่งนี้ ทำให้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความรู้สึกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า

  • Bure Valley Path, Norfolk: ลัดเลาะริมแม่น้ำกับกลิ่นอายรถจักรไอน้ำ

    เส้นทางเดินและปั่นจักรยานระยะทาง 9 ไมล์นี้ ทอดยาวเลียบแม่น้ำ Bure ระหว่างเมือง Aylsham และ Hoveton ตามแนวทางรถไฟเก่าที่ปัจจุบันปรับปรุงเป็นเส้นทางรถจักรไอน้ำขนาดเล็ก (Bure Valley Railway) ผู้ที่รักการเดินป่าสามารถสัมผัสบรรยากาศชนบทที่สวยงาม ผ่านโบสถ์ริมน้ำ กังหันน้ำเก่า และระบบล็อคทางเดินเรือ

  • The Ridgeway, Hertfordshire ถึง Wiltshire: ย้อนเวลาสู่ยุคเหล็กบนเส้นทาง 87 ไมล์

    หนึ่งใน เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ ที่โดดเด่นที่สุด Ridgeway มีความยาว 87 ไมล์ จาก Ivinghoe Beacon ไปยังวงหินโบราณ Avebury คุณจะได้เดินย้อนอดีตไปสู่ยุคเหล็ก ผ่านป้อมปราการบนเนินเขา และ “ม้าขาว Uffington” ขนาด 110 เมตร ซึ่งแกะสลักลึกลงไปในพื้นดินตั้งแต่ยุคสำริดตอนปลายหรือยุคเหล็กตอนต้น รวมถึง Wayland’s Smithy ที่เคยเป็นที่ฝังศพของ 14 ชีวิตเมื่อ 3590-3550 ปีก่อนคริสตกาล

  • Holloways, Surrey Hills: ทางเดินดินทรุดที่ธรรมชาติรังสรรค์

    Holloways คือเส้นทางดินทรุดที่เกิดจากการเดินของคนและสัตว์นานนับศตวรรษ จนผนังสูงเกือบเป็นแนวตั้ง บางแห่งเหมือนหุบเขาเล็กๆ หรือแม้กระทั่งอุโมงค์ใต้ร่มไม้ พบเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ธรณีวิทยาที่อ่อนนุ่ม เช่น ชอล์กหรือหินทราย สะท้อนถึงการเดินทางในอดีตที่ยังคงหลงเหลือให้เห็น

  • The Mass Trespass Walk, Derbyshire: บทเรียนแห่งเสรีภาพบน Kinder Scout

    เส้นทาง 8 ไมล์รอบ Kinder Scout จุดสูงสุดของ Peak District แห่งนี้ มีเรื่องราวการต่อสู้เพื่อสิทธิในการเข้าถึงธรรมชาติของประชาชน ในเดือนเมษายน 1932 กลุ่มนักเดินป่าได้รวมตัวกันเพื่อเดินเข้าสู่พื้นที่หวงห้าม ส่งผลให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ดูแลป่า และนำไปสู่การออกกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่ชนบทได้มากขึ้น เป็นเส้นทางที่บอกเล่าเรื่องราวของเสรีภาพอย่างแท้จริง

เส้นทางเหล่านี้มีความหมายมากกว่าแค่การเดิน

หนังสือของ Nicholas Crane ไม่ได้เป็นเพียงคู่มือการเดินป่า แต่เป็นการเชื้อเชิญให้เรามองเห็นประวัติศาสตร์ที่ฝังลึกอยู่ในทุกย่างก้าว เส้นทางเดินเท้าโบราณอังกฤษ เหล่านี้เป็นเหมือนพยานเงียบที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย การได้สัมผัสทางเดินเหล่านี้ด้วยตัวเองจึงไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่เป็นการเชื่อมโยงกับบรรพบุรุษ ได้เข้าใจวิถีชีวิต และเรียนรู้บทเรียนจากอดีต หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และธรรมชาติ การออกไปสำรวจเส้นทางเหล่านี้จะมอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจอย่างแน่นอน ซึ่งเรามองว่าเป็นการลงทุนด้านเวลาที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มจิตวิญญาณด้วยเรื่องราวที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →