ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า การรักษาความปลอดภัยภายในบ้านก็พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง และหนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ กริ่งประตูอัจฉริยะ (Video Doorbell) ที่ไม่ได้เป็นแค่กริ่งธรรมดา แต่ยังทำหน้าที่เป็นกล้องวงจรปิดขนาดเล็ก ช่วยให้เราเห็นและพูดคุยกับผู้มาเยือนได้จากทุกที่ การเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภทนี้อาจเป็นเรื่องยุ่งยาก ด้วยคุณสมบัติและราคาที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น บรรณาธิการของเราได้รวบรวมและทดสอบกริ่งประตูอัจฉริยะ 7 รุ่นยอดนิยม มาดูกันว่ารุ่นไหนโดดเด่นและเหมาะกับบ้านของคุณที่สุด
สุดยอดกริ่งประตูอัจฉริยะที่เราแนะนำในปี 2024
จากการทดสอบอย่างเข้มข้นตลอดสองสัปดาห์ นี่คือ 3 รุ่นที่ได้รับคะแนนโดดเด่นและน่าสนใจที่สุดในแต่ละหมวดหมู่:
-
Google Nest Doorbell (Battery)
รุ่นที่ครบเครื่องที่สุดในภาพรวม สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการแจ้งเตือนและบันทึกภาพ
- ราคาเริ่มต้น: £129
- จุดเด่น: มุมมองกว้างกำลังดี ไม่กว้างเกินไปจนคนดูเล็ก, คุณภาพวิดีโอและเสียงคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน, แจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้รวดเร็ว (เฉลี่ย 5 วินาที)
- ข้อสังเกต: ต้องสมัครสมาชิก Nest Aware (เริ่มต้น £8/เดือน หรือ £80/ปี สำหรับการบันทึก 30 วัน เมื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว) หากไม่สมัครจะเก็บวิดีโอได้เพียง 3 ชั่วโมง, ไม่ได้มาพร้อม Chime ในตัว (ต้องซื้อ Nest Mini แยกในราคา £49 หรือใช้อุปกรณ์ Nest/Amazon Echo ที่มีอยู่แล้ว)
-
Blink Smart Video Doorbell with Sync Module 2
ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม เหมาะสำหรับผู้ที่งบประมาณจำกัดแต่ยังต้องการฟังก์ชันพื้นฐานที่ดี
- ราคา: £69.99 (รวม Sync Module 2)
- จุดเด่น: ราคาจับต้องได้มากที่สุด, รองรับการจัดเก็บข้อมูลแบบ Local Storage โดยใช้ Sync Module 2 (เชื่อมต่อ USB ได้) ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของฟุตเทจ
- ข้อสังเกต: คุณภาพไมโครโฟนไม่ดีนัก ทำให้การสนทนาแบบสองทางทำได้ยาก, การตรวจจับความเคลื่อนไหวยังคงต้องมีการสมัครสมาชิก (Basic Plan £2.50/เดือน หรือ £24.99/ปี สำหรับ 1 อุปกรณ์ บันทึก 30 วัน)
-
Eufy Video Doorbell E340
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายรายเดือน ด้วยการจัดเก็บข้อมูลแบบไร้ Subscription
- ราคาเริ่มต้น: £119.99
- จุดเด่น: ไม่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือน, มีพื้นที่จัดเก็บภายใน 8GB ในตัวเครื่อง, มาพร้อมกล้องสองตัว (อีกตัวชี้ลงพื้น) ช่วยให้มองเห็นพัสดุหรือสิ่งของที่วางอยู่หน้าประตูได้
- ข้อสังเกต: การตรวจจับความเคลื่อนไหวอาจไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร อาจพลาดผู้มาเยือนที่เคลื่อนไหวเร็วได้
รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจและเหตุผลที่คุณอาจพิจารณา
นอกจากสามรุ่นข้างต้นแล้ว ยังมี กริ่งประตูอัจฉริยะ รุ่นอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวน่าสนใจ แต่มีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่ติดอันดับสูงสุด:
-
Aqara G4
จุดเด่น: ใช้แบตเตอรี่ AA 6 ก้อนที่สามารถเปลี่ยนได้ ทำให้ไม่มีช่วงเวลาที่อุปกรณ์ต้องหยุดทำงานเพื่อชาร์จ, รองรับการบันทึกวิดีโอลง MicroSD Card (มี Chime มาให้ด้วย) และมี Cloud Storage ฟรี 7 วัน (เพิ่มเป็น 90 วันได้ในราคา £4.79/เดือน หรือ £47.99/ปี)
ข้อสังเกต: แอปพลิเคชันใช้งานค่อนข้างซับซ้อนและไม่สะดวก, เป็นหนึ่งในรุ่นที่แจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนช้าที่สุด
-
Ring Battery Video Doorbell Pro
จุดเด่น: บันทึกวิดีโอได้ต่อเนื่อง ช่วยให้ย้อนดูเหตุการณ์ก่อนเกิดการเคลื่อนไหวได้, ทำงานร่วมกับลำโพงอัจฉริยะ Amazon Echo ได้อย่างราบรื่น
ข้อสังเกต: เลนส์มุมกว้างที่สุด ทำให้ภาพที่ได้มีลักษณะ Fisheye และใบหน้าของคนที่อยู่ห่างออกไปดูเล็กเกินไป, มีความล่าช้าในการส่งการแจ้งเตือนนานที่สุดในการทดสอบ
-
Yale Smart Video Doorbell
จุดเด่น: ตอบสนองการตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ดี (ตรวจจับได้จากระยะประมาณ 2.5 เมตร), มุมมองหน้าประตูดี, แอปใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน, มีที่เก็บข้อมูลภายใน 2-4 วัน (สมัครสมาชิกเริ่มต้น £3.50/เดือน สำหรับบันทึก 30 วัน)
ข้อสังเกต: คุณภาพเสียงแย่ที่สุดในกลุ่ม, วิดีโอที่บันทึกได้มีสีที่ไม่เป็นธรรมชาติ
-
Tapo D235 Video Doorbell Camera
จุดเด่น: มาพร้อม Chime และรองรับ MicroSD Card สำหรับการจัดเก็บแบบ Local Storage ในราคาที่สมเหตุสมผล, คุณภาพวิดีโอใช้ได้สำหรับราคานี้
ข้อสังเกต: การตรวจจับความเคลื่อนไหวเริ่มที่ระยะประมาณ 1.5 เมตร ทำให้พลาดบางการเคลื่อนไหวได้, เลนส์มุมกว้างทำให้ผู้มาเยือนที่อยู่ไกลออกไปดูเล็กและขาดรายละเอียด, ภาพกลางคืนแบบสีมีความเป็นเม็ดค่อนข้างมาก
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อกริ่งประตูอัจฉริยะ
การเลือก กริ่งประตูอัจฉริยะ ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาหรือดีไซน์เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด:
- แบบใช้แบตเตอรี่ vs แบบใช้สายไฟ:
- แบบใช้สายไฟ: ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่, สามารถใช้ Chime เดิมในบ้านได้, แต่ติดตั้งยากกว่าและอาจต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญ
- แบบใช้แบตเตอรี่: ติดตั้งง่ายกว่า, แต่ต้องถอดออกมาชาร์จทุกๆ เดือน (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีกริ่งและกล้องในช่วงเวลาดังกล่าว บางรุ่นมีแบตเตอรี่สำรองที่เปลี่ยนได้ หรือรองรับการชาร์จด้วยแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก
- ค่าสมัครสมาชิกและการจัดเก็บข้อมูล:
ส่วนใหญ่แล้วฟังก์ชันเต็มรูปแบบ เช่น การจัดเก็บวิดีโอบน Cloud มักจะต้องเสียค่าสมัครรายเดือนหรือรายปี หากไม่มีการสมัครสมาชิก คุณอาจจะเห็นภาพสดได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถย้อนดูฟุตเทจที่บันทึกไว้ได้ อย่างไรก็ตาม บางรุ่นเช่น Blink และ Eufy มีการจัดเก็บข้อมูลแบบ Local Storage ผ่าน MicroSD Card หรือ Hub ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้
- การทำงานร่วมกับผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ:
กริ่งประตูอัจฉริยะส่วนใหญ่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ได้ดี เช่น หน้าจออัจฉริยะอย่าง Amazon Echo Show หรือ Google Nest Hub Max เพื่อแสดงภาพสดเมื่อมีคนกดกริ่ง หรือใช้ลำโพงอัจฉริยะอย่าง Amazon Echo Dot หรือ Google Nest Mini เป็น Chime ได้
- อายุการใช้งาน:
ผู้ผลิตมักให้การรับประกัน 1-2 ปี แบตเตอรี่เป็นส่วนที่มักจะเสื่อมสภาพไปก่อน หากเป็นรุ่นที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้จะดีกว่า การดูแลแบตเตอรี่ให้ถูกวิธี (ชาร์จเมื่อต่ำกว่า 20% และไม่ปล่อยให้หมดเกลี้ยง) จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์สนับสนุนจากผู้ผลิตมักจะหยุดให้บริการประมาณ 5 ปีหลังเปิดตัว ซึ่งอาจทำให้บางฟังก์ชันใช้งานไม่ได้
- จะทำอย่างไรกับกริ่งประตูเก่า:
หากคุณอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ สามารถนำกริ่งเก่าไปติดตั้งที่ประตูหลังหรือข้างบ้านเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หรือใช้เป็นกล้องวงจรปิดธรรมดาได้ อย่าลืมถอดการเชื่อมต่อออกจากระบบสมาร์ทโฮมและ Factory Reset ก่อนส่งต่อหรือทิ้ง เพื่อป้องกันปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว และควรนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี
สรุปและมุมมองจากบรรณาธิการ
จากภาพรวมทั้งหมด เรามองว่า กริ่งประตูอัจฉริยะ ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับบ้านได้จริง สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการฟังก์ชันครบครันและระบบนิเวศที่ดี Google Nest Doorbell ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ผิดหวัง แม้จะมีค่าใช้จ่ายรายปีก็ตาม ส่วนผู้ที่ต้องการความประหยัด Blink ทำหน้าที่ได้ดีเกินราคา และ Eufy เป็นทางออกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ไม่อยากจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนส่วนตัวคิดว่า การลงทุนกับกริ่งประตูอัจฉริยะที่เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณของคุณนั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน ควรพิจารณาจากความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูล, ความเร็วในการแจ้งเตือน และการบูรณาการกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ที่คุณมี เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไขปริศนาเคล็ดลับการปักชำต้นไม้ด้วยมันฝรั่ง: จริงหรือแค่มุก? สื่อถึงผลวิจัย
- Siro Boka Place โรงแรมเพื่อสุขภาพที่มอนเตเนโกร ดึงดูดนักกีฬาโอลิมปิกและผู้รักสุขภาพ
- คนดังรวมพลัง! เรียกร้องยกเลิกแบน ‘ตุ๊กตาโนมจัดสวน’ ถาวรในงาน Chelsea Flower Show
- หญิงวัย 65 ลุกขึ้นสู้! ซูซาน ซามาดานี ผจญภัย 19,000 ไมล์เพื่ออนุรักษ์ดิน