เมื่อความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความปวดหัวและเต็มไปด้วยอารมณ์สำหรับคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น คือ การแบ่งทรัพย์สินหลังเลิกรา โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ที่เคยซื้อหาและใช้สอยร่วมกัน เฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดหรือของใช้ในบ้านที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่ใหญ่หลวง และส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจและสถานะทางการเงินอย่างไม่คาดคิด
ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน: ผลกระทบทางใจและค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่
หลายคนมักมองข้ามความซับซ้อนของการแบ่งของใช้ส่วนตัวหลังเลิกรา แต่จากประสบการณ์จริงของผู้คนมากมาย แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องมูลค่าเงินตราเพียงอย่างเดียว “เบคก้า” วัย 35 ปี ต้องประสบปัญหาการเงินนานถึงสองปีกว่าหลังเลิกรากับแฟนสาวในปี 2022 เธอต้องทิ้งเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นที่เคยซื้อมาสำหรับแฟลตของตัวเอง และยังร่วมจ่ายค่าตกแต่งห้องทำงานที่บ้านของแฟนไปอีกครึ่งหนึ่ง เมื่อความสัมพันธ์จบลง เธอประเมินว่าสูญเสียเงินไปราว 3,000 ปอนด์ ซึ่งรวมถึงค่าเฟอร์นิเจอร์เก่าที่ขายไม่ได้และของที่ต้องทิ้งไป แม้เธอจะฟื้นตัวได้ในที่สุด แต่บทเรียนนี้ทำให้เธอต้องประหยัดและหันมาซื้อของมือสองมากขึ้นในครั้งถัดไป
“เจด” วัย 32 ปี ก็เป็นอีกคนที่ต้องแบกรับภาระทางการเงินหนักถึง 5,000 ปอนด์ หลังจากเลิกรากับแฟนเมื่อปีที่แล้ว เธอเลือกที่จะไม่เก็บของใช้ร่วมกันส่วนใหญ่ไป แม้จะร่วมจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็นและเครื่องซักผ้าไปแล้วครึ่งหนึ่ง เธอยังทิ้งแม้กระทั่งเตียงและที่นอนที่เธอซื้อมาก่อนเริ่มความสัมพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและต้องการเดินหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าของใช้เหล่านี้มักมาพร้อมกับความทรงจำและความรู้สึก ทำให้การตัดสินใจจัดการเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บของใช้ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณา “เบคก้า” ย้อนคิดว่าการจ้างห้องเก็บของขนาดใหญ่พอสำหรับข้าวของจากแฟลตเก่าของเธอ อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100 ปอนด์ต่อเดือน ซึ่งเป็นภาระที่ไม่น้อยเลยทีเดียว และจากผลสำรวจพบว่า 1 ใน 5 ของชาวอังกฤษช่วงอายุ 18-40 ปี เคยตัดสินใจชะลอการเลิกราเพื่อทำให้ค่าครองชีพที่สูงขึ้นสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น
ความซับซ้อนทางกฎหมายและข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
“เจมส์ เดวีส์” ทนายความด้านครอบครัวและหุ้นส่วนของ Blake Morgan ชี้ว่า กรอบกฎหมายไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทำให้การจัดการทรัพย์สินร่วมกันเป็นเรื่องยากมากในทางปฏิบัติ หากไม่มีการแต่งงานหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง การจ้างทนายความมาสู้คดีเพื่อแย่งชิงเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ น้อยๆ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสูงกว่ามูลค่าของทรัพย์สินเหล่านั้นไปมาก เขาจึงแนะนำให้ใช้ ผู้ไกล่เกลี่ย ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดและเป็นมิตรมากกว่า เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดวาระและหาทางออกร่วมกันได้
ทางออกที่ดีที่สุดที่เจมส์ เดวีส์แนะนำคือ ข้อตกลงการใช้ชีวิตร่วมกัน (Cohabitation Agreement) ซึ่งเป็นเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายที่ระบุรายละเอียดว่าทรัพย์สินและการเงินจะถูกจัดการอย่างไร ทั้งในระหว่างความสัมพันธ์และในกรณีที่ต้องเลิกรากัน แม้ฟังดูไม่โรแมนติกนัก แต่เขายืนยันว่าเอกสารนี้มีคุณค่ามหาศาลในการป้องกันปัญหาในอนาคต
ปัญหานี้ยังรวมไปถึงกรณีของการอยู่ร่วมบ้านกับรูมเมตด้วย “โซอี้” วัย 29 ปี เคยมีปัญหากับรูมเมตเก่าเรื่องการแบ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อร่วมกันในราคาคนละ 200 ยูโร ทั้งคู่ตกลงด้วยวาจาว่าหากคนใดคนหนึ่งย้ายออก อีกฝ่ายจะจ่ายเงินซื้อส่วนแบ่งของอีกคน แต่เมื่อโซอี้ย้ายออก รูมเมตกลับขอคิดค่าเสื่อมราคา 4.5% ต่อปี ซึ่งสร้างความไม่พอใจและทำให้ทั้งคู่ต้องส่งไฟล์ Excel เพื่อคำนวณไปมา ก่อนที่โซอี้จะยอมตามข้อเสนอและไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยหลังจากนั้น
ข้อคิดสำหรับการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน
- ทำข้อตกลงตั้งแต่แรกเริ่ม: หากเป็นไปได้ ควรพูดคุยและทำข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่ก่อนย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน กำหนดให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของอะไร ใครจ่ายค่าอะไร และจะจัดการอย่างไรหากความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
- แยกความเป็นเจ้าของให้ชัดเจน: “เจด” คิดว่าการกำหนดว่า “ฉันจะซื้อชิ้นนี้ คุณจะซื้อชิ้นนั้น” แล้วต่างคนต่างนำของที่ตัวเองจ่ายไปเมื่อแยกทางกัน อาจเป็นทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุด
- ประเมินมูลค่าทางใจและทางการเงิน: หากสิ่งของบางชิ้นมีคุณค่าทางใจสูง หรือมีมูลค่ามาก ควรพิจารณาถึงทางเลือกในการจัดเก็บหรือโอนความเป็นเจ้าของอย่างรอบคอบ
- มองหาทางเลือกอื่น: หากไม่มีพื้นที่จัดเก็บ การขายต่อ หรือบริจาค อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ควรพิจารณาถึงความรู้สึกเสียดายในภายหลัง เช่นกรณีของ “เอมิลี่” ที่ยอมให้แฟนเก่านำพรมที่คุณป้าให้ไป จนรู้สึกผิดในภายหลัง
- ความสงบทางใจสำคัญกว่า: “คาลานิต เบน-อารี” นักบำบัดคู่รักและครอบครัวกล่าวว่า “ถ้าบางสิ่งต้องแลกมาด้วยความสงบสุขทางใจของคุณ สิ่งนั้นก็แพงเกินไป จงปล่อยวาง และใช้พลังงานของคุณไปกับการก้าวไปข้างหน้า”
สรุปและข้อคิด: การแบ่งทรัพย์สินหลังเลิกราอย่างเข้าใจ
ในท้ายที่สุดแล้ว การแบ่งทรัพย์สินหลังเลิกรา ไม่ใช่แค่การแบ่งสิ่งของ แต่คือการจัดการกับความทรงจำและความคาดหวังที่เคยมีร่วมกัน สำหรับบางคน การทิ้งของบางชิ้นไว้เบื้องหลังก็เหมือนการปิดบทหนึ่งของชีวิต เพื่อให้มีอิสระในการเริ่มต้นบทใหม่ และจัดสรรสิ่งต่างๆ ในอนาคตได้อย่างที่ต้องการ เรามองว่าการเตรียมตัวและทำความเข้าใจถึงความซับซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดความเจ็บปวดและความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ความสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ การมีข้อตกลงที่ชัดเจนตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยมีภาระทางใจและทางการเงินที่เบาบางลง
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปลี่ยนสตรอว์เบอร์รีใกล้เสียให้เป็นของหวานหรู: Posset สไตล์อังกฤษลดขยะอาหาร
- พลิกโฉมลาซานญ่าผัก! 2 สูตรเด็ดจาก Barney Desmazery บอกลาความเละแบบเดิมๆ
- เปิดประสบการณ์สุดยอดเส้นทางรถไฟยุโรปที่ผู้อ่านทั่วโลกยกให้เป็นที่สุดแห่งการเดินทาง
- Guardian Travel ชวนนักเดินทางอังกฤษแชร์ประสบการณ์ Road Trip ยุโรป ลุ้นรางวัลที่พัก Coolstays