Skip to content
Home » Lifestyle » ทอสเซ็ตติ: บิสกิตโบราณจากอิตาลี หอมกรุ่นกลิ่นส้มและช็อกโกแลต

ทอสเซ็ตติ: บิสกิตโบราณจากอิตาลี หอมกรุ่นกลิ่นส้มและช็อกโกแลต

ทอสเซ็ตติ

ถ้าพูดถึงบิสกิตอิตาเลียนที่อบซ้ำสองครั้งเพื่อความกรอบอร่อยและเก็บได้นาน หลายคนคงนึกถึงคานูชชี่ แต่ยังมีอีกหนึ่งความอร่อยคลาสสิกที่อยากแนะนำ นั่นคือ ทอสเซ็ตติ บิสกิตสไตล์ชนบทจากใจกลางประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสกรอบร่วน หอมกลิ่นส้มสดชื่น และมีช็อกโกแลตชิปเข้มข้น เป็นขนมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจิบกับกาแฟยามเช้า ชา หรือแม้แต่ไวน์ เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนให้สมบูรณ์แบบ

รู้จัก “ทอสเซ็ตติ” บิสกิตเก่าแก่จากใจกลางอิตาลี

คำว่า ทอสเซ็ตติ มีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาลีที่หมายถึงชิ้นส่วนที่รูปร่างไม่สม่ำเสมอและค่อนข้างกลม ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะของบิสกิตชนิดนี้ได้อย่างดี บิสกิตทอสเซ็ตติมีต้นกำเนิดในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ในแถบอิตาลีตอนกลาง โดยเฉพาะในแคว้นลาซิโอ อุมเบรีย และอาบรุซโซ เดิมทีมันถูกเรียกว่า ‘biscotti da credenza’ หรือ ‘บิสกิตในตู้’ เพราะทำจากส่วนผสมง่ายๆ ที่หาได้ในครัว เช่น แป้ง ไข่ น้ำตาล (หรือน้ำผึ้ง) และผลไม้แห้ง

จุดเด่นที่ทำให้ทอสเซ็ตติแตกต่างและเก็บได้นาน คือกระบวนการอบสองครั้ง ซึ่งไม่ใช่แค่ความพิถีพิถัน แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยดึงความชื้นออกจากเนื้อบิสกิต ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่กรอบแน่นแต่ร่วนซุย และสามารถเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทได้นานหลายสัปดาห์

เตรียมส่วนผสมให้พร้อมสรรพสำหรับทอสเซ็ตติแสนอร่อย

สูตรนี้เป็นการปรับปรุงจาก Simona Mirto นักเขียนด้านอาหารชาวเนเปิลส์ โดยมีการเพิ่มน้ำส้มเข้าไปในส่วนผสม เพื่อให้ได้กลิ่นและรสส้มที่เด่นชัดยิ่งขึ้น ส่วนผสมที่ต้องเตรียมมีดังนี้:

  • เนยจืดนิ่ม 60 กรัม หรือ น้ำมันดอกทานตะวัน 60 มล.
  • น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม
  • ผิวส้มไม่เคลือบไข ขูดจากส้ม 1 ลูก และ น้ำส้มคั้นสด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 310 กรัม (และเพิ่มสำหรับโรยแป้ง)
  • ผงฟู 6 กรัม
  • เกลือป่น 1 หยิบมือ
  • ช็อกโกแลตชิป 150 กรัม (หรือจะใช้เฮเซลนัท/อัลมอนด์ 75 กรัม และช็อกโกแลตชิป 75 กรัม ผสมกันก็ได้)

ขั้นตอนการทำทอสเซ็ตติ (Tozzetti) แสนง่าย

การทำทอสเซ็ตติแม้จะต้องอบสองครั้ง แต่ก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

  1. เตรียมฐานแป้ง: ในชามผสมขนาดใหญ่ ใช้เครื่องตีไฟฟ้าตีเนย (หรือน้ำมัน) กับน้ำตาลและผิวส้มจนขึ้นฟูและมีสีอ่อนลง
  2. เติมไข่: ใส่ไข่ไก่ทีละฟอง ตีให้เข้ากันดีก่อนใส่ฟองถัดไป
  3. ผสมส่วนแห้ง: ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือลงในส่วนผสมเนย ใส่ช็อกโกแลตชิปและน้ำส้ม คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน แป้งควรจะเหนียวแต่พอที่จะปั้นได้ หากรู้สึกเหลวเกินไป สามารถเติมแป้งเพิ่มได้ทีละ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. ขึ้นรูป: โรยแป้งบนมือและพื้นผิวสำหรับนวดเล็กน้อย แบ่งโดว์ออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ปั้นแต่ละส่วนให้เป็นแท่งยาวประมาณ 10 ซม. กว้าง 1.5 ซม. และยาว 25 ซม. วางบนถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข โดยเว้นระยะห่างให้ดี
  5. อบครั้งแรก: นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180°C (หรือ 160°C สำหรับเตาอบพัดลม) เป็นเวลา 15-18 นาที หรือจนกว่าขนมจะมีสีเหลืองทองและขึ้นฟู
  6. หั่นและอบครั้งที่สอง: นำออกจากเตา พักไว้ 2 นาที จากนั้นใช้มีดคมๆ หั่นขนมเป็นแผ่นหนาประมาณ 1 ซม. วางแผ่นทอสเซ็ตติโดยให้ด้านที่ตัดคว่ำลงบนถาดอบ นำกลับเข้าเตาอบอีก 4 นาที พลิกด้านแล้วอบต่ออีก 4 นาที
  7. พักให้เย็น: นำออกจากเตา วางบนตะแกรงพักให้เย็นสนิท

บิสกิตทอสเซ็ตติที่อบเสร็จใหม่ๆ ตอนที่ยังอุ่นๆ เล็กน้อย ผิวส้มจะส่งกลิ่นหอมชัดเจน และช็อกโกแลตยังคงละลายเยิ้ม จะเป็นช่วงเวลาที่อร่อยที่สุด

ทอสเซ็ตติ: เสน่ห์แห่งความเรียบง่ายที่ลงตัว

ในฐานะที่ได้ลองทำขนมมาหลากหลาย เรามองว่า ทอสเซ็ตติ เป็นอีกหนึ่งสูตรขนมที่น่าสนใจไม่แพ้คานูชชี่เลย ด้วยความเรียบง่ายของส่วนผสมแต่ให้รสชาติและสัมผัสที่ซับซ้อนอย่างน่าประหลาดใจ กลิ่นหอมของส้มที่ตัดกับความเข้มข้นของช็อกโกแลตเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัว แถมยังได้ความกรุบกรอบจากกระบวนการอบสองครั้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ขนมเก็บได้นานขึ้นอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาบิสกิตที่จะมาเป็นเพื่อนคู่ใจในยามจิบชาหรือกาแฟ หรือแม้แต่จิบกับไวน์ขาวหลังอาหาร บิสกิตทอสเซ็ตติเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนเกินไป ผู้ที่เริ่มต้นทำขนมก็สามารถลองทำตามได้ไม่ยาก และคุณจะได้บิสกิตโฮมเมดที่อร่อย มีเรื่องราว และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของอิตาลีอย่างแท้จริง

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →