OpenAI ได้ประกาศเปิดให้ใช้งาน ChatGPT Health สำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปได้แล้ววันนี้ในทุกแพลน รวมถึงแพลนฟรีด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้คนจำนวนมากจะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเวชระเบียนหรือข้อมูล Apple Health เข้ากับแชทบอทเพื่อรับคำแนะนำหรือช่วยตีความข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับการลดระดับการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่น่ากังวลและคำเตือนด้านความน่าเชื่อถือที่สำคัญจากผู้เชี่ยวชาญ
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ความเป็นส่วนตัวข้อมูลลดลง
ในตอนแรกที่ OpenAI เปิดตัวประสบการณ์ด้านสุขภาพโดยเฉพาะ (dedicated health experience) จุดขายสำคัญคือบทสนทนาที่เกี่ยวกับสุขภาพจะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกฝน AI ในอนาคต และจะถูกแยกออกจากบทสนทนาประเภทอื่นอย่างชัดเจน ทว่าเงื่อนไขดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
- นโยบายใหม่: OpenAI ระบุว่าข้อมูลสุขภาพที่คุณเชื่อมต่อจะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกฝน AI และเฉพาะบทสนทนาที่ใช้ข้อมูลที่เชื่อมต่อเหล่านั้นเท่านั้นที่จะถือเป็น ChatGPT Health conversation ที่ได้รับการปกป้อง
- ผลกระทบต่อผู้ใช้: หากคุณเชื่อมโยงเวชระเบียนและแชทบอทอ่านข้อมูลการวินิจฉัยจากบันทึกของคุณ นั่นจะถือเป็นบทสนทนาสุขภาพที่ได้รับการปกป้อง แต่ถ้าคุณไม่เชื่อมต่อเวชระเบียน และเพียงแค่พิมพ์อธิบายอาการป่วยหรือการวินิจฉัยของคุณเอง นั่นจะไม่ถือเป็นบทสนทนาสุขภาพ และไม่ได้รับการปกป้องในระดับเดียวกัน
- ทางเลือกเดียวเพื่อความเป็นส่วนตัว: การจะได้มาซึ่งการปกป้องความเป็นส่วนตัวของ ChatGPT Health คือคุณต้องเลือกที่จะแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับ OpenAI เท่านั้น
- การเชื่อมต่อข้อมูล: คุณสามารถเลือกเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health, ระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาลในสหรัฐฯ ที่รองรับ, One Medical หรือ Function Health ได้
ผลทดสอบที่ OpenAI นำเสนอ VS. ข้อเท็จจริงในโลกการแพทย์
OpenAI ได้นำเสนอผลการประเมิน HealthBench ที่ระบุว่า ChatGPT มีคะแนนสูงในการให้คำแนะนำทางการแพทย์ โดยอ้างว่าโมเดลแบบเสียเงินมีคะแนนสูงกว่าแบบฟรี และโมเดลแบบฟรีก็มีคะแนนสูงกว่าแพทย์จริงๆ เสียอีก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดที่สำคัญ:
- ไม่ใช่บทสนทนาจริง: การทดสอบ HealthBench ไม่ได้จำลองบทสนทนาจริง ซึ่งอาจละเว้นการใช้ภาษาแบบไม่เป็นทางการ การเปลี่ยนหัวข้อ หรือข้อกังวลที่ไม่คาดคิดของผู้ป่วย
- เน้นบทสนทนาสั้น: HealthBench ทดสอบเฉพาะบทสนทนาสั้นๆ ซึ่งไม่สามารถประเมินกระบวนการทำงานระยะยาว หรือการส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาได้เหมือนสถานการณ์จริง
- ข้อมูลโรคหายากไม่เพียงพอ: วัสดุการทดสอบยังไม่รวมโรคหายากมากพอที่จะประเมินว่าโมเดลจะทำงานได้ดีเพียงใดเมื่อถูกถามถึงเรื่องเหล่านี้
- เกณฑ์การให้คะแนนคลุมเครือ: พบว่าเกณฑ์การให้คะแนนดูไม่รัดกุม เช่น การให้คะแนน 9 คะแนนสำหรับการให้คำแนะนำขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินตั้งแต่ต้น และให้เพิ่มอีก 10 คะแนนสำหรับการระบุให้ติดต่อบริการฉุกเฉินทางการแพทย์ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการให้คะแนนที่สูงเกินจริง
สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างมากเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ที่ OpenAI นำเสนอ
อันตรายที่เกิดขึ้นจริงจากคำแนะนำ AI และคำเตือนจากองค์กรผู้เชี่ยวชาญ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีผู้คนจำนวนมากใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำทางการแพทย์และได้รับผลกระทบทางสุขภาพ รวมถึงกรณีเสียชีวิตหลังการใช้งาน บริษัท OpenAI เองก็รับทราบถึงเรื่องนี้
- คดีความ: มีการฟ้องร้อง OpenAI โดยบาทหลวงรายหนึ่งที่อ้างว่าเกือบเสียชีวิตหลังจากขอคำแนะนำจาก ChatGPT-4o เกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (pulmonary embolism) คดีนี้ต้องการให้บริษัทหยุดให้บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ChatGPT Health
- ผลกระทบร้ายแรงอื่นๆ: คดีความอื่นๆ ยังอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของ OpenAI มีส่วนทำให้เกิดการฆ่าตัวตายและอาการทางจิตในผู้ใช้งาน
- คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ: ECRI ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านความปลอดภัยทางการแพทย์ ได้ระบุว่าการใช้แชทบอท AI ในทางที่ผิดเป็นอันตรายด้านเทคโนโลยีสุขภาพอันดับหนึ่งประจำปี 2026
หากจำเป็นต้องใช้ ChatGPT Health ควรทำอย่างไรเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัว?
หากคุณยังคงต้องการทดลองใช้งาน ChatGPT Health มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณได้ในระดับหนึ่ง:
- ใช้ Temporary Chats: เริ่มต้นบทสนทนาแบบชั่วคราวที่ไม่ใช้คุณสมบัติหน่วยความจำหรือการปรับแต่งส่วนบุคคล
- ทบทวนและแก้ไขข้อมูล: หลังจากนำเข้าข้อมูลสุขภาพแล้ว คุณสามารถทบทวนและแก้ไขข้อมูลได้ เช่น แก้ไขข้อผิดพลาด หรือลบข้อมูลที่ไม่ต้องการบันทึก
- ยกเลิกการเชื่อมต่อข้อมูล: คุณสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพของคุณได้ตลอดเวลาในการตั้งค่า (Health > Accounts) โดยบริษัทระบุว่าจะลบข้อมูลภายใน 30 วัน
- ขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลทุกครั้ง: ตั้งค่าให้ ChatGPT ต้องขออนุญาตเพื่อเข้าถึงเวชระเบียนของคุณทุกครั้ง (แทนที่จะอนุญาตแบบครอบคลุม) โดยสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ที่ Settings > Plugins > Health
- ระมัดระวังการใช้ปลั๊กอิน: โปรดใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้ปลั๊กอินที่อาจแชร์ข้อมูลสุขภาพ แม้ OpenAI จะกล่าวว่ามี “มาตรการป้องกันเพิ่มเติม” แต่อย่าลืมว่า “เรายังคงทดสอบมาตรการป้องกันเหล่านี้…” ซึ่งหมายความว่าระบบยังอาจไม่สมบูรณ์ 100%
มุมมองบรรณาธิการ: ประโยชน์หรือความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก
การเข้าถึง ChatGPT Health ที่ง่ายขึ้นเป็นดาบสองคมอย่างแท้จริง ในมุมหนึ่งมันอาจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยตีความข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นหรือให้ข้อมูลทั่วไป แต่ในอีกมุมหนึ่ง การลดระดับการปกป้องความเป็นส่วนตัวและการอ้างอิงผลทดสอบที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง ทำให้เราต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกรณีอันตรายถึงชีวิตเกิดขึ้นจริงแล้ว เรามองว่า AI ไม่ใช่และไม่ควรเป็นสิ่งทดแทนแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์จริง การใช้เทคโนโลยีนี้ควรเป็นไปอย่างระมัดระวังและตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเสมอ เพราะข้อมูลสุขภาพคือเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของเราทุกคน.
ที่มา: lifehacker.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่ผู้ร้าย: ทำไมการงดคาร์บอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
- Amazfit: สมาร์ทวอทช์ทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในสนามวิ่งสำหรับนักกีฬาจริงจัง
- Garmin เข้าซื้อ TrainingPeaks และ TrainHeroic เสริมแกร่งระบบนิเวศการฝึกซ้อมกีฬา
- หยุดมองนาฬิกาตอนนอน! เคล็ดลับคลายกังวลปัญหานอนไม่หลับจากผู้เชี่ยวชาญ