สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม การเดินทางด้วยรถไฟยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบที่คลาสสิกและน่าประทับใจที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางรถไฟยุโรป ที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์อันน่าทึ่งและความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน วันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจเส้นทางยอดนิยมที่ผู้อ่านจากทั่วโลกแนะนำ มาร่วมค้นหาว่าทำไมการเดินทางด้วยรถไฟเหล่านี้จึงยังคงตรึงใจผู้คนมากมาย
ดื่มด่ำธรรมชาติอลังการ: นอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์
นอร์เวย์: Bergensbanen และ Flåmsbana
เริ่มต้นที่นอร์เวย์ ด้วยเส้นทาง Bergensbanen ที่เชื่อมต่อกรุงออสโลและเมืองเบอร์เกน คุณจะได้สัมผัสทิวทัศน์อันหลากหลาย ตั้งแต่การข้ามที่ราบสูง Hardangervidda ที่มีทะเลสาบ ป่าไม้ และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ก่อนที่จะค่อยๆ ลดระดับลงสู่ฟยอร์ดทางตะวันตกของประเทศ และเมื่อถึงสถานี Myrdal คุณสามารถเปลี่ยนไปต่อรถไฟ Flåmsbana ซึ่งเป็นเส้นทางสาขาที่มีความลาดชันสูง และจะพาคุณดิ่งลงสู่เมือง Flåm ริม Aurlandsfjord พร้อมชมน้ำตกอันตระการตาและหุบเขาสูงชันตลอดเส้นทาง
สวิตเซอร์แลนด์: รถไฟ MOB จาก Montreux สู่ Interlaken
การเดินทางจากสถานี Montreux ด้วยรถไฟ MOB (Montreux Oberland Bernois) ไปยัง Interlaken เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด เส้นทางนี้จะพาคุณลัดเลาะผ่านไร่องุ่น มองเห็นทะเลสาบ Lac Léman ที่ส่องประกายระยิบระยับ ก่อนจะเข้าสู่ป่าสนและสัมผัสยอดเขาที่ขรุขระ คุณจะได้เห็นสะพานที่ทอดตัวข้ามสายน้ำที่เชี่ยวกราก ผ่านอุโมงค์ยาว และโผล่สู่ทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่ประดับด้วยกระท่อมสไตล์ชาเลต์ ในดินแดนที่เรียกว่า Le Pays d’Enhaut ด้วยอากาศบริสุทธิ์ เสียงกระดิ่งวัว และดอกไม้นานาพันธุ์ การมาถึง Château-d’Œx มอบความรู้สึกเหมือนได้ค้นพบโลกใบใหม่
ย้อนรอยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม: อิตาลี เยอรมนี และฝรั่งเศส
อิตาลี: Treno Natura ในแคว้นทัสคานี
จากเมืองเซียนาในแคว้นทัสคานี คุณสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตด้วยรถไฟหัวรถจักรไอน้ำเก่าแก่ Treno Natura ซึ่งมีตู้โดยสารแบบคลาสสิกที่พาคุณผ่านชนบทของทัสคานีอันงดงาม ระหว่างทางคุณอาจได้พบกับวงดนตรีท้องถิ่นที่มาสร้างความบันเทิง และยังมีกิจกรรมเสริมเช่นการเดินป่าในไร่องุ่น ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าเพียง 42 ยูโรต่อคน
เยอรมนี: Buckower Kleinbahn ใน Brandenburg
เริ่มต้นจาก Berlin-Lichtenberg ด้วยรถไฟ RB26 (ใช้เวลา 45 นาที) ไปยัง Müncheberg จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟรางแคบประวัติศาสตร์ Buckower Kleinbahn ซึ่งให้บริการระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม รถไฟสายนี้เปิดให้บริการในปี 1930 ในฐานะรถไฟไฟฟ้าสายแรกๆ และปัจจุบันดำเนินการโดยอาสาสมัคร เส้นทางนี้จะพาคุณผ่านเนินเขา Märkische Schweiz อันเงียบสงบใน Brandenburg ไปยังเมืองสปา Buckow ที่สวยงาม ซึ่งคุณสามารถเยี่ยมชมบ้านพักของ Bertolt Brecht และ Helene Weigel ริมทะเลสาบ Schermützel และพักผ่อนบนชายหาดหลังจากการเดินป่า
ฝรั่งเศส: The Watchmakers’ Railway สู่สวิตเซอร์แลนด์
หากคุณมีเวลา การเดินทางด้วยรถไฟจาก Besançon ในฝรั่งเศส จะนำคุณเข้าสู่สวิตเซอร์แลนด์ผ่านหุบเขาของช่างทำนาฬิกา เส้นทางนี้จะล่องลอยผ่านเชิงเขา Jura ที่สวยงาม ไปยัง Le Locle ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1600 และสิ้นสุดที่ La-Chaux-de-Fonds คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของเส้นทางที่ดูเหมือนถูกลืมเลือน ทั้งสถานี L’Hôpital-du-Grosbois ที่ไม่มีคนขึ้นลง หรือด่านศุลกากร Morteau ที่รกร้าง สะท้อนถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
ฝรั่งเศส: รถไฟสีเหลืองน้อย Le Train Jaune แห่ง Pyrenees
หรือที่รู้จักกันในชื่อท้องถิ่นว่า Le Canari เส้นทางรถไฟ Le Train Jaune นี้วิ่งระหว่าง Villefranche-de-Conflent และ Latour-de-Carol ในฝรั่งเศส โดยไต่ระดับขึ้นไปสูงถึง 1,595 เมตรที่ Bolquère-Eyne ตลอดเส้นทาง 40 ไมล์ (63 กิโลเมตร) คุณจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์บนภูเขา ทิวทัศน์อันน่าทึ่ง และสะพานแขวนข้ามหุบเขา ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งในตู้โดยสารเปิดโล่งสีเหลืองสดใส หรือตู้โดยสารแบบปิดที่แสนสบาย นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจความมหัศจรรย์ของเทือกเขา Pyrenees
ผจญภัยในยุโรปตะวันออกและใต้: จากออสเตรีย สู่บอลข่าน และแคว้นอาเพนไนน์
ออสเตรีย-โครเอเชีย: จากเวียนนาสู่ซาเกร็บ
การเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเวียนนาไปยังกรุงซาเกร็บ จะพาคุณเปลี่ยนผ่านจากทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์ในยุโรปกลางสู่เสน่ห์ของบอลข่านอย่างช้าๆ คุณจะได้เห็นภูเขาที่ทอดยาวเป็นป่าไม้และเนินเขาที่สวยงาม ผ่านเมืองกราซ (Graz) และเข้าสู่ชายแดนสโลวีเนีย โดยมีการแวะเปลี่ยนรถที่สถานี Zidani Most เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับเบียร์ยามบ่ายพร้อมชมชนบทสโลวีเนียอันเขียวชอุ่ม การเชื่อมต่อไปยังซาเกร็บยังคงมีทิวทัศน์ทะเลสาบที่น่าทึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทุ่งนาสีทองในยามเย็นเมื่อเข้าสู่โครเอเชีย การเดินทางนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูกเพียง 41 ปอนด์ เมื่อจองผ่าน Omio
เซอร์เบีย-มอนเตเนโกร: Belgrade สู่ Bar
เส้นทางรถไฟจากเบลเกรดไปยังบาร์ในมอนเตเนโกร อาจเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่ช้าที่สุดในยุโรป โดยใช้เวลา 11 ชั่วโมงในการเดินทาง 296 ไมล์ แต่ด้วยราคาเพียง 23 ยูโร ถือเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าที่สุด เส้นทางนี้จะพาคุณผ่านทิวทัศน์ที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่เคยเห็น ทั้งช่องเขาลึก หุบเหว และยอดเขา โดยรถไฟจะข้ามสะพานกว่า 400 แห่ง และแวะทุกหมู่บ้าน ไฮไลต์คือสะพาน Mala Rijeka viaduct คุณจะได้เห็นเขื่อนที่สวยงาม อารามเก่าแก่ และบ้านหินที่สตรีสูงวัยโบกมือทักทาย บางครั้งผู้โดยสารอาจได้ลงไปให้อาหารฝูงแพะ หรือถูกแซงโดยคาวบอยภูเขาที่ขี่ม้าอย่างรวดเร็ว ส่วนสุดท้ายของเส้นทางยังสามารถมองเห็นนักว่ายน้ำและผู้คนอาบแดดบนชายหาด Adriatic
อิตาลี: ข้ามเทือกเขา Apennines จาก Pescara สู่ Rome
เส้นทางรถไฟข้ามประเทศจากตะวันออกไปตะวันตก จาก Pescara ริมทะเล Adriatic ไปยังกรุงโรม เป็นเส้นทางที่งดงามตระการตา รถไฟจะวิ่งบนรางเดี่ยวตลอดเส้นทางข้ามสันเขาของเทือกเขา Apennines แวะตามเมืองต่างๆ เช่น Sulmona และ Avezzano ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เส้นทางบนหุบเขาที่สูงชัน ก่อนที่จะลดระดับลงสู่ที่ราบ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
เส้นทางรถไฟในเมืองที่ไม่ธรรมดา: มนต์เสน่ห์แห่งปอร์โต
โปรตุเกส: รถไฟใต้ดินสาย D ใน Porto
แม้จะเป็นตัวเลือกที่อาจจะดูแปลกตา แต่การเดินทางด้วยระบบรางในเมืองก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว รถไฟใต้ดิน D line ในปอร์โตที่มุ่งหน้าลงใต้ ถือเป็นที่สุดแห่งความประทับใจ เพราะมันจะพุ่งออกมาจากความมืดมิดใต้ดิน โฉบผ่านหลังคาบ้านเรือน และข้ามสะพาน Dom Luís I อันน่าทึ่ง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหอไอเฟล และสร้างเสร็จในปี 1886 โดย Théophile Seyrig อดีตหุ้นส่วนของ Gustave Eiffel การเดินข้ามสะพานแห่งนี้ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
มุมมองจากบรรณาธิการ: ทำไมเส้นทางรถไฟยุโรปยังคงตรึงใจนักเดินทาง?
จากเส้นทางรถไฟยุโรปที่เราได้รวบรวมมานี้ จะเห็นได้ว่าการเดินทางด้วยรถไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นการเปิดประสบการณ์และดื่มด่ำกับทิวทัศน์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่อยู่รายทางได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า การได้นั่งชมวิวทิวทัศน์ที่หลากหลายจากหน้าต่างรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ฟยอร์ดที่งดงาม ไร่องุ่นเขียวขจี หรือแม้แต่การข้ามสะพานสูงเสียดฟ้า ล้วนเป็นช่วงเวลาที่ยากจะลืมเลือน สำหรับเราแล้ว ความคุ้มค่าและเสน่ห์ของ ‘Slow Travel’ ที่รถไฟมอบให้ คือสิ่งที่ทำให้การผจญภัยบนรางรถไฟเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสยุโรปในอีกแง่มุมหนึ่ง
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- Guardian Travel ชวนนักเดินทางอังกฤษแชร์ประสบการณ์ Road Trip ยุโรป ลุ้นรางวัลที่พัก Coolstays
- ครีเอทีน: จริงหรือที่ทุกคนควรทาน? เจาะลึกประโยชน์และความจำเป็นของอาหารเสริมยอดนิยม
- บทเรียนจากสัตว์เลี้ยง: Tilly กระต่ายจอมป่วน ผู้สอนให้คู่รักเรียนรู้การเป็นพ่อแม่
- สตูว์ปลาโพรวองซ์: เมนูเด็ดจากฝรั่งเศส ทำง่าย อร่อยหรู คู่ค่ำคืนหน้าร้อน