Skip to content
Home » Lifestyle » นิทรรศการ “Costume Art” ของ Met Museum เปิดตัวพื้นที่ใหม่ ชวนสำรวจ ‘เรือนร่างมนุษย์’ ในมิติแฟชั่นที่หลากหลาย

นิทรรศการ “Costume Art” ของ Met Museum เปิดตัวพื้นที่ใหม่ ชวนสำรวจ ‘เรือนร่างมนุษย์’ ในมิติแฟชั่นที่หลากหลาย

นิทรรศการแฟชั่น Met

นครนิวยอร์กกลับมาคึกคักอีกครั้งกับการเปิดตัว “Costume Art” นิทรรศการแฟชั่น Met Museum ครั้งใหม่ที่พร้อมท้าทายมุมมองเดิมๆ ของเราต่อศิลปะและเรือนร่างมนุษย์ โดยครั้งนี้จัดแสดงในพื้นที่ใหม่ที่ใหญ่โตกว่าเดิมถึงสามเท่า ณ สถาบันเครื่องแต่งกายของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในงานที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดในแต่ละปี

สถาบันเครื่องแต่งกายกับพื้นที่จัดแสดงใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

The Met Museum’s Costume Institute ได้ย้ายไปยังพื้นที่จัดแสดงแห่งใหม่ขนาด 12,000 ตารางฟุต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ Grand Hall อันเป็นศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์ พื้นที่แห่งใหม่นี้มีชื่อว่า Condé M Nast Galleries ซึ่งใหญ่กว่าพื้นที่เดิมที่อยู่ชั้นใต้ดินถึงสามเท่า สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างล้นหลามของนิทรรศการแฟชั่นที่มักจะดึงดูดผู้เข้าชมได้มากเท่ากับโบราณวัตถุอียิปต์โบราณ Anna Wintour ยังกล่าวถึงงาน Met Gala ที่จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวนิทรรศการครั้งนี้ว่าเป็น “วันโปรดที่น่าหวาดหวั่นที่สุด” ของเธอ

“Costume Art”: เมื่อแฟชั่นท้าทายศิลปะและนิยามของเรือนร่าง

นิทรรศการแฟชั่น Met “Costume Art” ซึ่งดูแลโดย Andrew Bolton หัวหน้าภัณฑารักษ์ มีแนวคิดหลักคือการจับคู่เสื้อผ้าและเครื่องประดับจำนวน 200 ชิ้น เข้ากับงานศิลปะอีก 200 ชิ้นจากคอลเลกชันของ Met Museum โดยมีจุดประสงค์เพื่อเชิญชวนให้ผู้ชม “ทบทวนลำดับชั้น” และพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับแฟชั่นในบริบทของ “เรือนร่างที่แต่งเติม” ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่พบได้ในคอลเลกชันอันมหาศาลของพิพิธภัณฑ์

พื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้นทำให้ Bolton สามารถสำรวจหัวข้อนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เขาแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 13 “ประเภทของเรือนร่าง” (thematic body types) ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เรือนร่างที่เปลือยเปล่าไปจนถึงเรือนร่างในมิติที่หลากหลาย

สำรวจ ‘ความหลากหลายของเรือนร่างมนุษย์’ ผ่านแฟชั่นชั้นสูง

ส่วนจัดแสดงเริ่มต้นด้วยโซน “Naked and Nude body” ที่จับคู่ชุดสแปนเด็กซ์และกางเกงเลกกิ้งของ Walter van Beirendonck ที่มีลวดลายกล้ามเนื้อและอวัยวะเพศชายแบบ trompe l’oeil เข้ากับการแกะสลักรูปอาดัมและเอวาของ Marcantonio Raimondi รวมถึงชุดราตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจคลาสสิกจาก Y/Project และ Di Petsa

ห้องถัดไปคือไฮไลต์สำคัญ ที่มุ่งเน้นไปที่เรือนร่างที่มักถูกมองข้ามในโลกแฟชั่นและวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งรวมถึง:

  • The Abstracted Body (เรือนร่างนามธรรม): จัดแสดงชุดเดรส Comme des Garçons 3 ชุดที่บิดเบือนรูปทรงของร่างกายให้กลายเป็นภาพเงาที่คาดไม่ถึง คู่กับประติมากรรมรูปทรงโค้งมนของ Max Weber, Jean Arp และ Henry Moore
  • The Corpulent Body (เรือนร่างอ้วนท้วม): นำเสนอชุดของ Michaela Stark ดีไซเนอร์ชาวออสเตรเลียที่ตั้งใจเน้นส่วนโค้งเว้าและไขมันส่วนเกิน คู่กับรูปปั้นสตรีหินอ่อน Cycladic จาก 4500-4000 ปีก่อนคริสตกาล
  • The Disabled Body (เรือนร่างผู้พิการ): จัดแสดงหุ่นจำลองที่ออกแบบตาม Sinéad Burke นักรณรงค์ผู้พิการ สวมเสื้อกันฝน Burberry ที่ Tim Walker ปรับแต่งให้เข้ากับสรีระขนาดเล็กของเธอ รวมถึงมงกุฎที่ทำจากผ้าส่วนเกินของแขนเสื้อ
  • The Mortal Body (เรือนร่างที่ต้องตาย): มีชุดที่มีการปักส่วนประกอบทางกายวิภาคของร่างกาย และประติมากรรมหรือเสื้อผ้าที่คล้ายโครงกระดูก
  • The Aging Body (เรือนร่างผู้สูงวัย): นำเสนอเสื้อสเวตเตอร์ Batsheva ที่มีคำว่า “Hag” คู่กับภาพวาด The Old Duchess (1905) ของ George Luks และเสื้อฮู้ด Vetements ที่เขียนว่า “I’m retired” ข้างภาพถ่ายผู้เกษียณอายุของ Diane Arbus

นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะชิ้นเอกอย่างเสื้อแจ็คเก็ตผ้าไหมแก้ว Yves Saint Laurent ปี 1988 ที่ตกแต่งด้วยลวดลายดอกไอริสของ Van Gogh ซึ่งจับคู่กับภาพวาดดั้งเดิมปี 1889 ของ Van Gogh เอง ซึ่งนิทรรศการนี้โดยรวมเน้นไปที่ความแปลกใหม่และความประหลาดใจ

หุ่นจำลองทั้งหมดในส่วนนี้ถูกจัดวางบนแท่นสูง เพื่อเน้นย้ำถึงความหลากหลายทางสรีระอย่างจงใจ

แม้ว่างาน Met Gala ซึ่งเป็นงานเปิดตัวนิทรรศการจะเต็มไปด้วยความคึกคักและดาราคนดัง แต่ก็ไม่พ้นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการสนับสนุนจาก Jeff Bezos และ Lauren Sánchez Bezos ซึ่ง Anna Wintour ได้กล่าวปกป้องถึงความจำเป็นของการระดมทุนเพื่อศิลปะสำหรับมหานครที่ประสบความสำเร็จ และยกย่อง Sánchez Bezos ว่าเป็น “พลังแห่งความสุขและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่”

มุมมองใหม่ต่อแฟชั่นและศิลปะที่ Met Museum มอบให้

นิทรรศการแฟชั่น Met “Costume Art” ถือเป็นก้าวสำคัญของ Met Museum ที่ไม่ได้เพียงแค่นำเสนอเสื้อผ้าสวยงาม แต่ยังเป็นการท้าทายวิธีคิดของเราที่มีต่อร่างกายและความงามที่หลากหลาย เรารู้สึกว่าการที่พิพิธภัณฑ์มอบพื้นที่และคุณค่าให้กับการจัดแสดงแฟชั่นเทียบเท่ากับงานศิลปะคลาสสิกอื่นๆ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าโลกแฟชั่นมีอะไรมากกว่าแค่เสื้อผ้า แต่คือเรื่องราวของวัฒนธรรม สังคม และการแสดงออกถึงตัวตนของมนุษย์ในทุกมิติ สำหรับผู้ที่ได้ไปเยือน เชื่อว่าจะได้รับแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับร่างกายและสุนทรียะที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →