Skip to content
Home » Tech » Oura เปิดตัว Oura Ring 5 บางลงกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์สุขภาพใหม่ครบครัน

Oura เปิดตัว Oura Ring 5 บางลงกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์สุขภาพใหม่ครบครัน

Oura Ring 5

Oura ผู้บุกเบิกตลาดสมาร์ทริง ประกาศเปิดตัว Oura Ring 5 ซึ่งเป็นสมาร์ทริงเจนเนอเรชั่นที่ 5 อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดเริ่มจัดส่งสินค้าตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนนี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางที่สุดในตลาดและอัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุขภาพอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ใส่ใจสุขภาพยุคใหม่

Oura Ring 5: ดีไซน์บางเฉียบ ฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์ และราคา

สำหรับ Oura Ring 5 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในด้านดีไซน์ ด้วยความหนาเพียง 6 มิลลิเมตร ทำให้เป็นสมาร์ทริงที่บางที่สุดในตลาดปัจจุบัน จากเดิม Oura Ring 4 มีความหนาประมาณ 8 มิลลิเมตร และ RingConn ซึ่งเป็นคู่แข่งมีความหนาประมาณ 7 มิลลิเมตร การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสวมใส่ได้สบายยิ่งขึ้นและให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเครื่องประดับทั่วไปมากขึ้น รายละเอียดสำคัญมีดังนี้:

  • ขนาด: กว้างเพียง 6 มิลลิเมตร ทำให้เป็นสมาร์ทริงที่บางที่สุดในตลาด
  • ราคา:
    • รุ่นสี Black และ Silver ราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • รุ่นสี Matte Black, Brushed Silver, Gold และ Deep Rose (ชื่อใหม่ของ Rose Gold) ราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • วัสดุและพื้นผิว: รุ่นสี Gold และ Deep Rose มีการปรับเฉดสีเล็กน้อย และเสริมความทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดียิ่งขึ้น
  • ค่าบริการสมาชิก: ยังคงมีค่าสมาชิกรายเดือน 5.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 69.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
  • การปรับขนาด: Oura Ring 5 มีการปรับขนาดวงแหวนเล็กน้อย แนะนำให้สั่งชุดวัดขนาดใหม่ แทนการใช้วงแหวนรุ่นเก่าเพื่อความแม่นยำ
  • เซนเซอร์: ได้นำปุ่มเซนเซอร์ขนาดเล็กกลับมาที่ด้านในตัวเรือน เพื่อให้สัมผัสกับผิวหนังได้ดีขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก Oura Ring 4 ที่ปรับให้พื้นผิวด้านในเรียบ
  • ช่วงขนาดที่รองรับ: รองรับขนาดตั้งแต่ “6” ถึง “13” (จากเดิม “4” ถึง “15”)
  • แท่นชาร์จ: แท่นชาร์จเดิมของ Oura Ring 4 จะไม่สามารถใช้งานกับรุ่น 5 ได้ จำเป็นต้องซื้อแท่นชาร์จใหม่ในราคา 99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมและไม่ได้รวมมาในชุดมาตรฐาน

ยกระดับการติดตามสุขภาพด้วยซอฟต์แวร์ใหม่

นอกจากฮาร์ดแวร์ที่พัฒนาแล้ว Oura Ring 5 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อการติดตามสุขภาพที่ละเอียดยิ่งขึ้น:

  • การติดตามข้อมูลการออกกำลังกายโดยละเอียด: แอป Oura จะสามารถติดตามและแสดงผลข้อมูลการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจประสิทธิภาพของการออกกำลังกายได้ดีขึ้น
  • Health Radar: ฟีเจอร์ใหม่นี้จะแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อไบโอเมตริกซ์ของร่างกายมีแนวโน้มผิดปกติ คล้ายกับ Symptom Radar ที่เคยช่วยตรวจจับสัญญาณการเจ็บป่วย Health Radar จะแจ้งเตือนสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะความดันโลหิตสูง หรือ “การหายใจผิดปกติ” ซึ่งหมายถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) Oura ย้ำว่าแอปจะไม่วินิจฉัยโรค แต่จะแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หากพบสัญญาณเหล่านี้ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ Oura เพิ่งจับมือเป็นพันธมิตรกับ Resmed ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการนอนหลับ
  • ฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ GLP-1: แอป Oura จะนำเสนอเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับผู้ที่ใช้ยาในกลุ่ม GLP-1 เพื่อช่วยในการติดตามน้ำหนัก ปริมาณยา และผลข้างเคียง

สรุปมุมมอง: Oura Ring 5 ตอบโจทย์ใครบ้าง?

สำหรับ Oura Ring 5 นี้ เรามองว่าเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดีไซน์ที่บางเฉียบ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเทอะทะของสมาร์ทริงในอดีตได้เป็นอย่างดี ฟีเจอร์ Health Radar และการติดตามการออกกำลังกายที่ละเอียดขึ้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงลึกและมองหาสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ส่วนตัวคิดว่าการที่ Oura จับมือกับ Resmed ก็ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือในด้านการติดตามสุขภาพการนอนหลับ สำหรับผู้ที่ใช้ Oura Ring รุ่นเก่า อาจจะต้องพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนขนาดและแท่นชาร์จ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสมาร์ทริงที่ผสานดีไซน์เข้ากับเทคโนโลยีสุขภาพขั้นสูงได้อย่างลงตัว Oura Ring 5 ถือเป็นตัวเลือกที่ควรจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา: lifehacker.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →