การที่ลูกเติบโตและถึงวัยต้องโบยบินออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเองนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่พ่อแม่ทุกคนย่อมต้องเผชิญ แม้จะเต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจที่เห็นลูกได้ก้าวไปข้างหน้า แต่สำหรับหลายคน โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ก็อาจมาพร้อมกับความรู้สึกเศร้า เหงา และสับสน จนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า ภาวะรังว่าง (Empty Nest Syndrome) ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจและหาวิธีรับมือกับช่วงเวลาสำคัญนี้อย่างมีสติ
ทำความเข้าใจ “ภาวะรังว่าง” และความรู้สึกที่ซับซ้อน
ผู้ปกครองหลายท่านเล่าว่า เมื่อลูกย้ายออกจากบ้านไปแล้ว กลับรู้สึกว่างเปล่า โศกเศร้า และคิดถึงช่วงเวลาที่ลูกยังเป็นเด็กอย่างมาก บางรายถึงขั้นรู้สึกว่ากำลังเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ของชีวิต จนอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับลูกหรือแม้แต่คนรอบข้าง ความกลัวที่จะกลับไปเป็นคนไม่มีความสุขเหมือนก่อนมีลูกก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลที่หลายคนต้องแบกรับ
คุณ Eleanor Gordon-Smith ผู้เชี่ยวชาญด้านคำแนะนำชี้ว่า การที่คุณรู้สึกไม่โอเคกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณว่าคุณได้มอบความรักและความทุ่มเทให้แก่ลูกมากเพียงใด การที่ลูกมีความสุขกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรู้สึกมีความสุขกับการจากไปของเขาด้วย เพราะประสบการณ์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน คุณกำลังดำเนินชีวิตในฐานะพ่อแม่ ซึ่งย่อมมีความเปราะบาง อ่อนไหว คิดถึงวันเก่า ๆ และมีความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจมากกว่าคนที่กำลังได้เป็น “ตัวเอก” ในชีวิตของตัวเอง
เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: ปรับใจรับการเปลี่ยนแปลง
แล้วเราจะสามารถจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อให้สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงและยังคงมีความสุขในชีวิตได้ นี่คือคำแนะนำจาก Eleanor Gordon-Smith:
- ยอมรับความรู้สึกที่ผสมผสาน: สิ่งสำคัญที่สุดคือการอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเศร้าเสียใจและคิดถึงลูก คุณค่าของการเป็นพ่อแม่ที่ทุ่มเทนั้นสะท้อนออกมาจากความรู้สึกเหล่านี้ การที่เราโศกเศร้าเพราะสิ่งที่เรารักและหวงแหนกำลังเปลี่ยนไปนั้นไม่ใช่เรื่องผิด การพยายามกดดันตัวเองให้ต้อง “สุข” หรือ “เศร้า” อย่างใดอย่างหนึ่งอาจทำให้ความรู้สึกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ลองยอมรับว่าคุณมีความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไป สิ่งนี้จะช่วยลดความตึงเครียดภายในใจได้
- มองหาความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น: หากความกลัวที่จะกลับไปเป็นคนไม่มีความสุขเหมือนก่อนมีลูกนั้นรุนแรงและกัดกินจิตใจ ควรพิจารณาขอความช่วยเหลือจากนักบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญ การที่คุณลูกต้องแบกรับความคาดหวังว่าเขาคือแหล่งความสุขเพียงหนึ่งเดียวของคุณ อาจเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินไปสำหรับเขา การหาพื้นที่ระบายและจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้กับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คนในครอบครัว จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและคนรอบข้าง
- ค้นหากิจกรรมใหม่ เติมเต็มชีวิต: ในทางปฏิบัติ การทำให้ตัวเองยุ่งเข้าไว้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ดี ลองหากิจกรรมที่คุณไม่สามารถทำได้ในตอนที่ลูกยังอยู่บ้าน เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การใช้เวลาโรแมนติกกับคู่ชีวิตที่บ้าน หรือการเริ่มต้นงานอดิเรกใหม่ ๆ ที่เป็นของคุณโดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายคือการย้ำเตือนตัวเองว่า คุณยังคงมีตัวตนและความสุขในแบบของตัวเอง แม้ว่าลูกจะไม่อยู่ข้าง ๆ แล้วก็ตาม โลกภายนอกยังคงมีเรื่องสนุก ๆ ที่รอให้คุณค้นพบอีกมากมาย
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในชีวิตของคุณ
เรามองว่า ภาวะรังว่างเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ท้าทายจิตใจของพ่อแม่ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่ดีในการหันกลับมาสำรวจตัวเองและเติมเต็มความสุขในแบบของตนเองอีกครั้ง ความรู้สึกเศร้าและคิดถึงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่คุณมีให้ลูก และความรักความทุ่มเทเหล่านั้นสามารถนำมาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์บทบาทใหม่ ๆ ในชีวิตของคุณได้ เมื่อลูกโบยบินออกไปใช้ชีวิตแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะโบยบินไปค้นหาความสุขและความหมายของชีวิตในแบบของคุณเช่นกัน การยอมรับและปรับตัวคือคุณสำคัญที่จะทำให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง.
ที่มา: theguardian.com