Skip to content
Home » Lifestyle » สำรวจใจผู้หญิงยุคใหม่: ทำไมพวกเธอถึงเลือก ‘ความสัมพันธ์แบบเปิด’ และความท้าทายที่ซ่อนอยู่

สำรวจใจผู้หญิงยุคใหม่: ทำไมพวกเธอถึงเลือก ‘ความสัมพันธ์แบบเปิด’ และความท้าทายที่ซ่อนอยู่

ความสัมพันธ์แบบเปิด

ในโลกที่ความสัมพันธ์ท้าทายกรอบเดิมๆ มากขึ้น ความสัมพันธ์แบบเปิด หรือ Non-Monogamy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงความต้องการของฝ่ายชายอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นทางเลือกที่ผู้หญิงยุคใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาสนใจ ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย ตั้งแต่ความเบื่อหน่าย ความอยากรู้อยากเห็น ไปจนถึงการแสวงหาอิสระและพื้นที่ส่วนตัวที่นอกเหนือไปจากบทบาทหน้าที่เดิมๆ ที่พวกเธอต้องแบกรับ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจมุมมองที่ซับซ้อนนี้ รวมถึงความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญในเส้นทางของความรักที่ไม่ได้มีแค่สองคน

เมื่อ “ความสัมพันธ์แบบเปิด” ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ชาย

บ่อยครั้งที่ภาพจำของ ‘ความสัมพันธ์แบบเปิด’ มักถูกมองว่าขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาของผู้ชาย ทว่าในความเป็นจริง ผู้หญิงเองก็เป็นฝ่ายที่ริเริ่มและเลือกโครงสร้างความสัมพันธ์แบบนี้เช่นกัน โดยงานวิจัยล่าสุดในสหรัฐอเมริกาชี้ว่า อย่างน้อย 5% ของชาวอเมริกันอยู่ในความสัมพันธ์แบบ Non-Monogamy ที่ได้รับความยินยอมร่วมกัน และประมาณ 1 ใน 5 เคยลองมาแล้ว

สำหรับคู่รักอย่าง Lucy วัย 40 ปี และ Oliver วัย 38 ปี ที่มีลูกสองคนในลอนดอน สิ่งที่เริ่มต้นจากการเปิดใจให้มีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่น (Open Marriage) ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบของ Polyamory หรือการมีหลายความรักพร้อมกัน ซึ่งหมายถึงการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับหลายคน ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเพศ แต่รวมถึงความผูกพันทางอารมณ์ด้วย

หนึ่งในเหตุผลที่ผู้หญิงเลือก ความสัมพันธ์แบบเปิด มักมาจากการแสวงหา ‘ทางออก’ ในชีวิตที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับ Cecilia ที่ชีวิตคู่เต็มไปด้วยภาระ ทั้งการเลี้ยงลูกเล็กสองคน ดูแลแม่ที่ป่วย และรับมือกับการหย่าร้างของพ่อแม่สามี เธอพบว่าการมี ‘สิ่งใหม่ที่สดใส’ นอกความสัมพันธ์หลัก ทำให้เธอได้มีพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นแค่แม่ ลูกสาว หรือคนที่มีภาระหน้าที่ไม่สิ้นสุด และเธอกลับรู้สึกใกล้ชิดกับสามี (James) มากขึ้นจากวิธีการที่เขารับมือกับสถานการณ์นี้

ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Dr. Marie Thouin นักวิจัยด้าน Non-Monogamy ชี้ว่า ผู้หญิงมักต้องการ ‘ความแปลกใหม่’ มากกว่าผู้ชาย เพื่อคงความตื่นเต้นทางเพศ ซึ่งเป็นสิ่งที่รักษาได้ยากในความสัมพันธ์ระยะยาวที่คาดเดาได้ ด้านนักจิตบำบัดชื่อดัง Esther Perel ก็เสริมว่า ผู้หญิงเบื่อความสัมพันธ์แบบผูกขาดเร็วกว่าผู้ชาย และใส่ใจเรื่องเพศในความสัมพันธ์หลักที่อาจไม่น่าสนใจน้อยลง

ความท้าทายเรื่อง “งานบ้าน” และ “การจัดการความสัมพันธ์” ที่ผู้หญิงต้องแบกรับ

แม้จะเปิดกว้างในเรื่องความรัก แต่ในทางปฏิบัติ ความสัมพันธ์แบบ Non-Monogamy กลับเผยให้เห็นถึงความไม่สมดุลของบทบาททางเพศที่ยังคงอยู่ Oliver สามีของ Lucy ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ภาระงานในบ้านส่วนใหญ่ตกอยู่กับคู่ของผม” และเสริมอย่างติดตลกว่า “นั่นก็เพราะผู้ชายมันห่วย” เขายกตัวอย่างว่า ในกลุ่มแชทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ ข้อความส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับการวางแผน ตรวจสอบ และยืนยัน มักมาจากผู้หญิงอย่าง Lucy และ Cecilia ในขณะที่ฝ่ายชายแทบไม่เคยเริ่มต้นการพูดคุยเหล่านี้เลย

Cecilia เปรียบเทียบเรื่องนี้ว่า “การจัดการเรื่องต่างๆ เป็นไปตามเพศสภาพมาก” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ในความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้า ผู้หญิงก็ยังคงต้องแบกรับภาระด้านอารมณ์และโลจิสติกส์ที่หนักหน่วงกว่า

สมการรักที่ไม่เท่าเทียม: ตลาดหาคู่ในโลก Non-Monogamy

ในทฤษฎี ความสัมพันธ์แบบเปิด ดูเหมือนจะเป็นการเปิดโอกาสที่เท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ตลาดหาคู่กลับมีความไม่สมดุลอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงมักถูกทาบทามและได้รับความสนใจอย่างมหาศาลบนแอปพลิเคชันหาคู่เฉพาะทาง ในขณะที่ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายเข้าหาและรอคอย

Nina ศิลปินวัย 35 ปี ที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบเปิด เล่าว่าบนแอปอย่าง Feeld “ผู้หญิงได้รับไลค์หลายร้อยครั้งในหนึ่งวินาที” ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเอง ‘อยู่ในพื้นที่ที่มีตัวเลือกมากมาย’ ส่วนสามีของเธอกลับ ‘อยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลน’ Oliver ก็ยืนยันว่าบางช่วงเวลา “เงียบมาก แทบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย” ซึ่งความไม่สมดุลนี้ ทำให้ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าการระบุว่าอยู่ใน ‘ความสัมพันธ์แบบเปิด’ บนโปรไฟล์นั้นเป็น ‘ธงแดง’ ที่ทำให้ผู้หญิงไม่สนใจ

ความไม่สมดุลนี้ยังส่งผลถึงการบริหารจัดการความสัมพันธ์ Heidi Savell นักบำบัดความสัมพันธ์ชี้ว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งประสบความสำเร็จในการหาคู่มากกว่า อีกฝ่ายอาจต้องแบกรับผลพวงทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความหึงหวง หรือความรู้สึกไม่ดี ผู้หญิงมักกลายเป็นผู้ที่ต้อง ‘ทำให้ทุกอย่างราบรื่น’ ด้วยการชะลอประสบการณ์ของตนเอง ลงความสำคัญของสิ่งที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยให้คู่ของตนหาความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้ สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เป็นการ ‘กระจาย’ ภาระทางอารมณ์ที่เกิดจากความไม่สมดุลในตลาดหาคู่นั่นเอง

สรุปแล้ว “ความสัมพันธ์แบบเปิด” ให้อะไรกับผู้หญิงบ้าง?

จากมุมมองของบรรณาธิการ การเลือก ความสัมพันธ์แบบเปิด ของผู้หญิงยุคใหม่นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องเพศ หรือการทดลอง แต่เป็นการแสวงหาอิสระทางอารมณ์ และการนิยามบทบาทตัวเองใหม่ นอกเหนือจากความคาดหวังของสังคมที่กดทับมาอย่างยาวนาน แม้ว่าเส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งจากความไม่สมดุลทางเพศในตลาดหาคู่ ภาระการจัดการความสัมพันธ์ และความท้าทายทางอารมณ์ที่ต้องเผชิญ แต่ดังที่ Lucy กล่าวไว้ว่า มันคือ “โอกาสที่จะแยกส่วนสิ่งที่เรารู้จัก เพื่อการหลอมรวมที่ไร้ขีดจำกัด” ซึ่งสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ความสัมพันธ์แบบนี้เปิดเผยออกมา อาจเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนของมนุษย์ที่ต้องการอิสระและความเข้าใจอย่างแท้จริง

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →