Skip to content
Home » Lifestyle » ผู้หญิงซื้อบ้านแซงหน้าผู้ชาย แต่กลับเจอความท้าทายในความสัมพันธ์สมัยใหม่

ผู้หญิงซื้อบ้านแซงหน้าผู้ชาย แต่กลับเจอความท้าทายในความสัมพันธ์สมัยใหม่

ผู้หญิงซื้อบ้าน

ในยุคที่ผู้หญิงมีความแข็งแกร่งและอิสระทางการเงินมากขึ้น ปรากฏการณ์ ผู้หญิงซื้อบ้าน ด้วยตนเองกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา แต่ความสำเร็จทางการเงินและก้าวสำคัญในชีวิตครั้งนี้ กลับไม่ได้มาพร้อมกับความเข้าใจจากทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะจากผู้ชายที่พวกเธอคบหา ข้อมูลและเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงเผยให้เห็นว่า ความอิสระนี้อาจนำมาซึ่งบททดสอบที่คาดไม่ถึงในโลกของการเดทและความสัมพันธ์

สถิติที่น่าสนใจ: ผู้หญิงเป็นเจ้าของบ้านมากกว่าที่เคย

รายงานจาก National Association of Realtors (NAR) ประจำปี 2025 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งผู้หญิงที่ยังเป็นโสดได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ซื้อบ้านครั้งแรกถึง 25% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ชายโสดถึงสองเท่า (ที่ 10%) แม้โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะยังมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่ข้อมูลจาก NAR ระบุว่าผู้หญิงโสดมีความพร้อมที่จะเสียสละทางการเงินเพื่อเป้าหมายการเป็นเจ้าของบ้านมากกว่า โดย 41% ของผู้หญิงโสดรายงานว่าพวกเขาลดการใช้จ่ายด้านความบันเทิง การท่องเที่ยว เสื้อผ้า และสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น ๆ เมื่อเทียบกับผู้ชายโสดที่ 31%

คุณ Daryl Fairweather หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Redfin ชี้ว่า ผู้หญิงจำนวนมากไม่ได้รอการแต่งงานเพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิตอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่ราคาบ้านและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเป็นเจ้าของบ้านจึงเป็นความท้าทาย แต่ผู้หญิงก็เลือกที่จะคว้าโอกาสทางการเงินนี้ไว้ก่อนที่จะรอเหตุการณ์สำคัญอย่างการแต่งงาน

ความสำเร็จที่นำมาซึ่งความเข้าใจผิดในความสัมพันธ์

เรื่องราวของคุณ Tiffany Tate วัย 29 ปี ซึ่งกำลังจะซื้อบ้านหลังแรกของตัวเอง ต้องเผชิญกับคำถามที่ทำให้เธอตกใจจากคู่เดทว่า “ถ้าคุณซื้อบ้าน แล้วผู้ชายจะมีอะไรทำให้คุณ?” นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังที่สวนทางกันระหว่างชายหญิงในความสัมพันธ์แบบชายหญิงปัจจุบัน

ขณะที่ผู้ชาย Gen Z 31% ยังเชื่อว่า “ภรรยาควรเชื่อฟังสามีเสมอ” แต่ผู้หญิงรุ่นใหม่กลับให้ความสำคัญกับความพึงพอใจในอาชีพการงานและความเป็นอิสระทางการเงินเป็นอันดับต้นๆ เมื่อผู้หญิงประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของบ้าน หลายครั้งพวกเธอกลับต้องเผชิญกับทัศนคติเชิงลบหรือแม้กระทั่งการเป็นปฏิปักษ์จากคู่เดท

คุณ Tonya หญิงสาวอีกคนซึ่งปิดการซื้อคอนโดเมื่ออายุ 36 ปี เล่าประสบการณ์ที่คู่เดทของเธอรู้สึกไม่พอใจหรือเริ่มแสดงอาการเป็นปฏิปักษ์เมื่อทราบว่าเธอเป็นเจ้าของบ้าน เธอพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายมาดูแล แต่ต้องการสร้างบางสิ่งร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกที่ว่า “ฉันก็ดูแลตัวเองได้” กลับทำให้ผู้ชายบางคนรู้สึกว่าบทบาทของตนเองถูกคุกคาม ถึงขั้นถามว่า “คุณอยากจะเป็นสามีในความสัมพันธ์นี้เหรอ?”

มุมมองจากนักวิจัย: อะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง?

ดร. Joanna Syrda นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ว่า ผู้ชายอาจประสบกับความทุกข์ทางจิตใจมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกว่าตนเองกำลังเบี่ยงเบนจากบทบาทของ ผู้หาเลี้ยงครอบครัว งานวิจัยของเธอในปี 2019 พบว่าระดับความเครียดของผู้ชายจะสูงขึ้นเมื่อภรรยามีรายได้เกิน 40% ของรายได้ครัวเรือน ซึ่งหมายความว่าประเด็นอาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นเจ้าของบ้านโดยตรง แต่อยู่ที่สิ่งที่มันเป็นสัญลักษณ์

ดร. Y Joel Wong ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษา กล่าวเสริมว่า หนึ่งในลักษณะสำคัญของความเป็นชายที่อาจนำไปสู่ปัญหาคือ “ความกลัวหรือการหลีกเลี่ยงความเป็นหญิง” หากผู้หญิงประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็เหมือนกับว่า “ผมสูญเสียความเป็นชายไปเล็กน้อย”

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์เมื่อปี 1974 ที่สหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย Equal Credit Opportunity Act ทำให้ผู้ให้กู้ไม่สามารถเลือกปฏิบัติกับผู้สมัครสินเชื่อโดยอ้างอิงจากเพศหรือสถานภาพสมรส ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงในยุคปัจจุบันมีอิสระทางการเงินในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินของตนเองได้

ความอิสระที่ต้องเลือก และอนาคตของความสัมพันธ์

สำหรับผู้หญิงที่เผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ การเดทและความสัมพันธ์อาจรู้สึกเหมือนไร้จุดหมาย คุณ Diana Pegoraro ทนายความที่ซื้อคอนโดในโตรอนโตตั้งแต่ปี 2020 เล่าว่า แม้ผู้ชายที่เธอเดทส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน แต่การที่เธอมีบ้านของตัวเองกลับกลายเป็นจุดขัดแย้งสำคัญในหลายความสัมพันธ์

“ในหลายกรณี ผมเดทกับผู้ชายที่สามารถซื้อคอนโดเองได้แต่เลือกที่จะเช่า และเขาก็ขอให้ฉันย้ายไปอยู่กับเขา แทนที่จะย้ายไปอยู่คอนโดของฉันเอง และนั่นก็กลายเป็นปัญหาใหญ่” คุณ Diana กล่าว เธอพยายามปรับตัวและเปิดใจหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็พบว่าเป็นการประนีประนอมฝ่ายเดียว

ปัจจุบันคุณ Diana ในวัย 30 กลางๆ จึงลดการประนีประนอมลง เพราะบ้านของเธอได้กลายเป็นส่วนสำคัญในอัตลักษณ์ของเธอแล้ว

คุณ Tiffany ซึ่งตอนนี้อายุ 40 ปี มองย้อนกลับไปในการเป็นเจ้าของบ้านของเธอด้วยความภาคภูมิใจ เธอได้เรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะจากโปรไฟล์เดทที่มักจะมีข้อความเช่น “อย่าปัดขวาถ้าคุณเป็นผู้หญิงอิสระ” หรือ “คุณนายใหญ่”

อนาคตของความสัมพันธ์ในยุคที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของบ้าน

เรามองว่าปรากฏการณ์ ผู้หญิงซื้อบ้าน ด้วยตนเองนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมและบทบาททางเพศที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินๆ ทองๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความคาดหวัง อัตลักษณ์ และการเคารพซึ่งกันและกัน สำหรับผู้หญิงแล้ว นี่คือการยืนยันถึงความสามารถและสิทธิ์ในการกำหนดเส้นทางชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่ การที่ผู้ชายบางคนยังไม่สามารถปรับตัวกับบทบาทใหม่นี้ได้ อาจเป็นผลมาจากแนวคิดเรื่องความเป็นชายแบบดั้งเดิมที่ยังฝังรากลึก เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในยุคนี้จะต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง การยอมรับความเสมอภาค และความสามารถในการร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน โดยไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ว่าใครคือ ‘ผู้หาเลี้ยง’ อีกต่อไป การเปิดใจและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →