เรื่องราวของ ห้างร้าง Wildings ในเมืองนิวพอร์ต ประเทศเวลส์ ไม่ได้เป็นเพียงการปิดตัวลงของห้างสรรพสินค้าเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่น่าทึ่ง เมื่ออาคารที่เคยเป็นศูนย์รวมความหรูหราถึง 144 ปี ได้ผันตัวกลายเป็นทั้งฟาร์มกัญชาเถื่อนและลานสเก็ตใต้ดินลับ เรื่องราวสุดพิลึกนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกและเผยให้เห็นถึงวิกฤตของธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่กำลังเผชิญอยู่
จากห้างสรรพสินค้าสุดหรู สู่เพียงความทรงจำ
Wildings เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 1874 และปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2019 ด้วยประวัติยาวนานกว่า 144 ปี ทำให้ที่นี่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนิวพอร์ต โดยเฉพาะการจัดแสดงสินค้าในช่วงคริสต์มาสที่โด่งดัง Peter James อดีตกรรมการผู้จัดการที่รับช่วงต่อจากพ่อของเขา เล่าถึงความทรงจำในอดีตว่ายุค 60s ที่ห้างรุ่งเรืองนั้นเปรียบเสมือนโรงละครแห่งการค้าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และการบริการที่เหนือระดับ ในช่วงทศวรรษ 1970s และ 80s Wildings มีพนักงานมากถึง 50-60 คน หลายคนผูกพันกับที่นี่เสมือนบ้านและครอบครัว
แต่ยุคทองของ Wildings ก็เริ่มจางหายไป ปี 2004 เป็นปีที่ยอดขายสูงสุด ก่อนที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง James ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่:
- การเติบโตของอินเทอร์เน็ต: การซื้อของออนไลน์เริ่มส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดขายหน้าร้านหลังปี 2014
- ปัญหาที่จอดรถ: การปิดตัวของลานจอดรถบางแห่งในตัวเมือง ทำให้นักช้อปไม่สะดวก
- ศูนย์การค้าชานเมือง: การเกิดขึ้นของศูนย์การค้านอกเมืองที่เข้าถึงง่ายและมีที่จอดรถมากมาย
- การสูญเสียกำไร: ยอดขายที่ย้ายไปออนไลน์คือส่วนที่เคยเป็นกำไรของห้าง ซึ่งทำให้ธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดได้
การเปลี่ยนผ่านที่น่าตกใจ: ฟาร์มกัญชาเถื่อนและลานสเก็ตลับ
หลังจากปิดตัวลง อาคาร Wildings ที่เคยสง่างามก็ถูกปล่อยทิ้งร้างและกลายเป็นที่ซ่องสุม ในเดือนตุลาคม 2023 เจ้าหน้าที่ตำรวจเกวนท์ (Gwent Police) ได้บุกเข้าตรวจค้นอาคารหลังได้รับรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย และพบสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า: ฟาร์มกัญชาขนาดใหญ่ที่มีต้นกัญชามากกว่า 3,000 ต้นในหลายช่วงอายุการเจริญเติบโต กระจายอยู่ถึงสามชั้น มูลค่าพืชผลเหล่านี้คาดการณ์ว่าสูงกว่า 2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 92 ล้านบาท!
ตำรวจยังพบชายชาวแอลเบเนียสองคนคือ Adrian Daja และ Andi Shabani ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางต้นกัญชาและถูกตัดสินจำคุกคนละสองปีในเดือนมกราคม 2024 การบุกค้นครั้งนี้ถูกบันทึกภาพโดยทีมงาน BBC และนำเสนอในสารคดีชุด Rookie Cops ภายในอาคารเต็มไปด้วยอุปกรณ์ปลูกกัญชาที่ซับซ้อน เช่น ระบบไฟ ระบบปั๊มน้ำ ระบบระบายอากาศ และถังน้ำมันเชื้อเพลิงเปล่าจำนวนมากที่เคยบรรจุสารอาหารสำหรับระบบไฮโดรโปนิกส์
แต่เรื่องราวของ ห้างร้าง Wildings ยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลังจากฟาร์มกัญชาถูกทลายลง มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาใช้พื้นที่ชั้นสามที่เคยเป็นแผนกชุดชั้นในและคาเฟ่ของห้าง ให้กลายเป็นลานสเก็ตใต้ดินชั่วคราว มีการสร้างทางลาด ผนังสำหรับโหนบาร์ และแม้แต่กระสอบทรายทำมือจากเทปพัสดุ วันที่ถูกจารึกบนผนังตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2025 แสดงให้เห็นถึงการสร้างลานสเก็ตและการใช้งานโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “The Wildings Wanderers” ซึ่งแม้ว่าฟาร์มกัญชาจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ร่องรอยการวาดรูปบ้องกัญชาบนผนังก็ยังบ่งชี้ว่ากัญชาอาจยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรวมตัวกันของพวกเขาอยู่
วิกฤตของไฮสตรีทอังกฤษและอนาคตของเมือง
เรื่องราวของ Wildings เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ของวิกฤตการณ์ที่ถนนคนเดินสายหลัก หรือ ‘ไฮสตรีท’ ทั่วสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญอยู่ ข้อมูลวิเคราะห์จาก Ordnance Survey และ Landmark Information ชี้ว่าในปี 2025 มีร้านค้าปลีกในสหราชอาณาจักรน้อยลงอย่างน้อย 8,000 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าประเภทห้างสรรพสินค้าที่ลดลงถึง 38%
เมืองนิวพอร์ตได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ ปี 2022 มีร้านค้าว่างในใจกลางเมืองถึง 33% และแม้จะลดลงเหลือ 19% ในปี 2025 ก็ยังถือว่าสูงเป็นสองเท่าของกรุงลอนดอนหรือเคมบริดจ์ Peter James ระบุว่าการปิดตัวของ Marks & Spencer ในปี 2013 เป็นเหมือน ‘ตะปูตัวสุดท้ายที่ตอกฝาโลง’ สำหรับการเป็นศูนย์กลางการค้าของนิวพอร์ต
เมื่อถูกถามถึงอนาคตของห้างสรรพสินค้าแบบ Wildings James แสดงความไม่หวังมากนัก โดยระบุว่าห้างสรรพสินค้าอิสระในปัจจุบันไม่สามารถอยู่รอดได้ในเชิงเศรษฐกิจ เว้นแต่จะอยู่ในเมืองที่ร่ำรวยและมีการค้าที่ประสบความสำเร็จสูงอย่างเมืองบาธ (Bath) หรือยอร์ก (York) ซึ่งมีกำลังซื้อสูง มีแบรนด์และร้านค้าอิสระที่น่าสนใจ และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
สำหรับแนวทางแก้ไข James แนะนำให้ยอมรับว่าความต้องการพื้นที่ค้าปลีกมีจำกัด และควรส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยแทน ซึ่งเป็นแผนการสำหรับอาคาร Wildings เดิมในปัจจุบัน โดยเจ้าของใหม่ที่ซื้ออาคารนี้ไปเมื่อปลายปี 2024 วางแผนที่จะเปิดพื้นที่ค้าปลีกที่ชั้นล่าง และสร้างเป็นห้องชุด 20 ห้องพักที่ชั้นบน
มุมมองจากเรา: สัญลักษณ์แห่งการปรับตัว
เรื่องราวของ ห้างร้าง Wildings ไม่ใช่แค่ตำนานของอาคารเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในภูมิทัศน์ของธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก จากศูนย์รวมความทรงจำและความหรูหรา สู่พื้นที่ที่ถูกบุกรุกเพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย และกลายเป็นลานกิจกรรมใต้ดินชั่วคราว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ธุรกิจแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญหน้า ไม่ใช่แค่จาก E-commerce แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการวางผังเมืองที่ขาดการสนับสนุน
การปรับตัวของอาคาร Wildings ในอนาคตสู่การเป็นทั้งร้านค้าและที่อยู่อาศัย ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเมืองอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับวิกฤต ‘ไฮสตรีท’ เช่นกัน การยอมรับข้อจำกัดของพื้นที่ค้าปลีกและหันมาส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาจเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูชีวิตชีวาให้กับใจกลางเมืองเก่า ให้กลับมามีผู้คนใช้สอย และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อีกครั้ง หากไม่มีการปรับตัวอย่างสร้างสรรค์ อาคารประวัติศาสตร์อีกมากมายอาจต้องเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจาก Wildings ในอดีต
ที่มา: theguardian.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กลุ่มแชทแม่: พื้นที่ปลอดภัย 24 ชั่วโมง ช่วยลดความโดดเดี่ยวของแม่ยุคใหม่
- ฟูกนอนสกปรกกว่าที่คิด! เปิดเคล็ดลับฉบับผู้เชี่ยวชาญ ทำความสะอาดที่นอน ให้สดชื่น ไร้ไรฝุ่น
- เรื่องเล่าจากดีทรอยต์: ชายผู้ช่วยชีวิตลูกแมวจากความหนาวเหน็บ ให้เป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว
- จิ๊กซอว์ไม่ใช่แค่ของเล่นเด็ก: เผยพลังคลายเครียด ช่วยให้ใจสงบในโลกวุ่นวาย