Skip to content
Home » Lifestyle » เอลลี ซิมมอนส์ ตำนานพาราลิมปิก เผยเส้นทางชีวิตจากวัยเด็กถึงบทบาทใหม่หลังเกษียณ

เอลลี ซิมมอนส์ ตำนานพาราลิมปิก เผยเส้นทางชีวิตจากวัยเด็กถึงบทบาทใหม่หลังเกษียณ

เอลลี ซิมมอนส์

เอลลี ซิมมอนส์ อดีตนักว่ายน้ำพาราลิมปิกเหรียญทองผู้เป็นตำนานชาวอังกฤษ ได้ย้อนรำลึกถึงเส้นทางชีวิตอันน่าทึ่งของเธอ ตั้งแต่วัยเด็กที่เต็มไปด้วยพลัง การต่อสู้ในสนามแข่งขันระดับโลก การตัดสินใจเกษียณอายุจากวงการกีฬา ไปจนถึงการค้นหาตัวตนและบทบาทใหม่ๆ ในชีวิตหลังความสำเร็จ ซึ่งรวมถึงการเดินทางตามหาแม่ผู้ให้กำเนิด เรื่องราวของเธอเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากเด็กน้อยพลังงานสูงสู่ดาวเด่นพาราลิมปิก

เอลลี ซิมมอนส์ เกิดที่เมืองวอลซอลล์ในปี 1994 และถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เธอเป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องบุญธรรมทั้งห้าคน โดยพี่สาวของเธอ เคที่ มีภาวะแคระแกร็น (achondroplasia) เช่นเดียวกับเธอ และพอลลีน พี่สาวอีกคนก็มีความพิการ พ่อแม่ของเอลลีปลูกฝังให้ลูกๆ โอบรับความแตกต่างของตนเอง และสอนให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นในตนเองว่าไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้

ด้วยความที่เป็นเด็กแอคทีฟและเต็มไปด้วยพลังงานตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ทำให้เธอไม่ชอบอยู่เฉยๆ ดูโทรทัศน์ และหลงรักการอยู่ในน้ำตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ก่อนจะเริ่มว่ายน้ำอย่างจริงจังเมื่ออายุ 5 ขวบ ความกระหายในการแข่งขันของเธอมีมาตั้งแต่เกิด จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอได้ดูการแข่งขันพาราลิมปิกที่เอเธนส์ในปี 2004 ทำให้เธอตระหนักว่าการว่ายน้ำสามารถเป็นอาชีพได้ หลังจากนั้นเธอได้เข้าร่วมการแข่งขันสำหรับผู้พิการครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2004 ที่สวอนซี และสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนได้รับการจับตาจากผู้คัดเลือกนักกีฬา

ในปี 2008 ขณะที่เธออายุเพียง 13 ปี เอลลีเป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดในทีมชาติอังกฤษชุดพาราลิมปิกที่ปักกิ่ง และสร้างประวัติศาสตร์คว้า 2 เหรียญทองแรกมาได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้ตามมาด้วยอีก 2 เหรียญทองที่ลอนดอนในปี 2012 ซึ่งเธอได้ทำลายสถิติโลกถึง 2 รายการ และคว้าเหรียญทองที่ 5 ในริโอปี 2016 ตลอดเส้นทางนี้ เธอได้เรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม ได้ผูกมิตรกับเพื่อนร่วมทีมที่อายุมากกว่า และมีโค้ชอย่าง บิลลี่ พาย ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเธอ

ความท้าทายบนเส้นทางนักกีฬาและบทเรียนจากความพ่ายแพ้

การเป็นนักกีฬาในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการแข่งขันระดับโลกนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิดสำหรับเอลลี ร่างกายของเธอคือเครื่องจักรที่ทำให้เธอรู้สึกมีพลัง อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเธอก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เธอเคยประสบกับความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดในการแข่งขันฟรีสไตล์ 400 เมตรที่กลาสโกว์ในปี 2015 ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญกับความคิดวิจารณ์ตัวเองอย่างหนัก การแข่งขันที่ริโอในปี 2016 ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเธอรู้สึกว่าโค้ชผลักดันนักกีฬามากเกินไปจนต้องพักไปหนึ่งปีเต็ม

ช่วงเวลาที่โลกต้องหยุดชะงักจากโควิด-19 ทำให้เอลลีได้มีโอกาสทบทวนและตระหนักว่า อาจมีอนาคตที่รอเธออยู่ภายนอกวงการกีฬา แม้ว่าเธอจะยังอยากลงสนามอีกครั้งในโตเกียวเพื่อเป็นครั้งสุดท้าย แต่ความรู้สึกเบื่อหน่ายกับการว่ายน้ำก็เริ่มก่อตัวขึ้น เธอรู้สึกว่าได้ทำทุกอย่างที่ต้องการสำเร็จแล้วและพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ๆ
สัญญาณสุดท้ายของการเกษียณเกิดขึ้นในการแข่งขันครั้งสุดท้ายที่โตเกียว เกมส์ ซึ่งเธอถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันฟรีสไตล์ 400 เมตร รอบชิงชนะเลิศ เช่นเดียวกับที่เคยถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันเวิลด์แชมเปียนชิปครั้งแรกในปี 2006 นั่นเป็นเหมือนสัญญาณจากจักรวาลที่บอกว่าถึงเวลาที่ต้องวางมือ

ชีวิตบทใหม่หลังแขวนนวม: การปรับตัวและการค้นหาตัวตน

การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นนักกีฬาเต็มเวลามาสู่ชีวิตปกติเป็นสิ่งที่ท้าทาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เคยเผาผลาญแคลอรี่ตลอดเวลา ทำให้เธอต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน เธอก็มีความสุขที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกซ้อม ไม่ต้องกังวลเรื่องการนอนหลับ และเป็นอิสระจากการทดสอบสารกระตุ้นที่เข้มงวดถึงขั้นที่ไม่สามารถแม้แต่จะกินยาแก้หวัดได้

หลังจากเกษียณในปี 2021 เอลลีได้มีเวลาว่างในจิตใจที่จะสำรวจคำถามที่ค้างคามานานหลายทศวรรษ เช่น ต้นกำเนิดของเธอและแม่ผู้ให้กำเนิด เธอตัดสินใจบันทึกการเดินทางนี้ไว้ในสารคดีเรื่อง Finding My Secret Family ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สำคัญเนื่องจากเรื่องการรับบุตรบุญธรรม โดยเฉพาะเด็กที่มีความพิการ มักไม่ค่อยถูกพูดถึง ประสบการณ์นี้ทำให้เธอตระหนักว่าพ่อแม่บุญธรรมของเธอคือพ่อแม่ที่แท้จริงที่มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมมากมายให้กับเธอ

แม่ของเอลลีมักจะพูดติดตลกเสมอว่า ถ้าไม่มีการว่ายน้ำ เธออาจจะลงเอยในคุก เพราะเธอไม่สามารถอยู่เฉยๆ กับงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นได้ ปัจจุบัน เอลลีไม่คิดถึงอะดรีนาลีนของการแข่งขันแล้ว แต่ยังคงชอบทำกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น เช่น การกระโดดร่ม การดำน้ำลึก และการปั่นจักรยาน 100 ไมล์เพื่อการกุศลเมื่อปีที่แล้ว บทต่อไปของชีวิตคือการได้นั่งชิลล์ริมหาด ชมโลกหมุนไป ได้หัวเราะกับครอบครัว และสนุกกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต

มุมมองจากเรา: เส้นทางที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของ เอลลี ซิมมอนส์

เรื่องราวของ เอลลี ซิมมอนส์ สะท้อนให้เห็นถึงความหมายที่แท้จริงของการก้าวข้ามขีดจำกัด ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในฐานะนักกีฬาผู้พิการ แต่ยังรวมถึงความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต การค้นหาตัวตน และการสร้างบทบาทใหม่ๆ ที่เติมเต็ม แม้เธอจะจากวงการว่ายน้ำไปแล้ว แต่ความมุ่งมั่นและมุมมองต่อชีวิตที่เลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งเรียบง่าย กลับเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่าชีวิตยังมีอีกหลายบทบาทที่รอให้เราออกไปค้นหาและสัมผัสความสุขในแบบของเราเอง การเดินทางของเธอเป็นข้อพิสูจน์ว่า คุณค่าของคนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงความสำเร็จใดความสำเร็จหนึ่ง แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความหมายในทุกช่วงเวลา

ที่มา: theguardian.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BangkokStyle

ผู้หลงใหลในจังหวะชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (@krapalm) บล็อกเกอร์ที่นำเสนอเรื่องราวการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกเหนือจากการคอยอัปเดตเทรนด์ไอทีที่ digitalmore.co แล้ว ผมตั้งใจใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองและอัปเดตไอเทมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของคุณ ติดตามไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับคนเมืองกับผมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียครับ

ดูบทความทั้งหมด →